พม. ผนึกภาคีรัฐ–เอกชน จัด “Job and Market Fair : มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพคนพิการ 2569” พลิกแนวคิดจาก “รัฐสงเคราะห์” สู่ “รัฐสนับสนุน” ตั้งเป้าคนพิการมีงาน มีรายได้ พึ่งพาตนเองอย่างมีศักดิ์ศรี
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นาย นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มอบหมายให้ น.ส.ชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง พม. เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “Job and Market Fair : มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพคนพิการ ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “ทักษะสร้างสรรค์ โอกาสไร้ขีดจำกัด” (Creative Skills, Unlimited Opportunities)
งานดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวง พม. โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจากแนวคิด “รัฐสงเคราะห์” สู่ “รัฐสนับสนุน” พร้อมสร้างสังคมแห่งโอกาสที่ทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษา การพัฒนาทักษะ การมีงานทำ และการสร้างรายได้อย่างเท่าเทียม
ภายในงานมีการเสวนาหัวข้อ “พลังความร่วมมือ สู่สังคมแห่งโอกาส” (Partnership for an Inclusive Society) แลกเปลี่ยนมุมมองจากภาครัฐ ภาคสังคม และภาคธุรกิจ เพื่อสร้างความร่วมมือด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ การจ้างงาน และการประกอบอาชีพ ส่งเสริมให้คนพิการพัฒนาศักยภาพ เข้าถึงงานและรายได้ ตลอดจนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
น.ส.ชนก กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีคนพิการที่จดทะเบียนแล้วกว่า 2,313,227 คน ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ในจำนวนนี้เป็นคนพิการวัยแรงงานมากกว่า 800,000 คน แต่มีผู้ประกอบอาชีพเพียงประมาณ ร้อยละ 25 สะท้อนว่ายังมีคนพิการอีกจำนวนมากที่มีศักยภาพ แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงโอกาสในการทำงาน แหล่งทุน การพัฒนาทักษะอาชีพ และช่องทางการตลาดได้อย่างเต็มที่
โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการดูแลคนพิการ แต่ต้องทำให้คนพิการเข้าถึงงาน อาชีพ และตลาดแรงงานอย่างเท่าเทียม เพราะการมีงานทำหมายถึงรายได้ ความมั่นคง ศักดิ์ศรี และความสามารถในการกำหนดชีวิตของตนเอง โดยจำเป็นต้องเปลี่ยนจากการสร้างโอกาสแบบแยกส่วน ไปสู่ระบบที่เชื่อมโยงตั้งแต่การพัฒนาทักษะอาชีพ การจับคู่ตำแหน่งงาน การสนับสนุนอาชีพอิสระ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการเปิดตลาด
พร้อมกันนี้ ต้องสร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการ เพื่อส่งเสริมการจ้างงานคนพิการตาม มาตรา 33 และมาตรา 35 ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยต้องการเห็นภาคเอกชนก้าวข้ามการจ้างงานเพียงเพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับของกฎหมาย ไปสู่การมองเห็นคุณค่าของการลงทุนในศักยภาพและความหลากหลายของทรัพยากรมนุษย์
ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดข้อจำกัดด้านระยะทาง เปิดโอกาสให้คนพิการเข้าถึงลูกค้า สร้างรายได้ และเติบโตในสายอาชีพได้จากทุกพื้นที่ของประเทศ
สำหรับงาน Job and Market Fair ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย “อยู่ดี มีโอกาส” ที่มุ่งเปลี่ยนมุมมองต่อคนพิการจาก “ผู้รับความช่วยเหลือ” สู่ “ผู้มีศักยภาพและเป็นกำลังสำคัญของประเทศ” โดยออกแบบงานให้เป็นมากกว่ามหกรรมการจ้างงาน แต่เป็นพื้นที่เชื่อมโยงคนพิการ นายจ้าง สถานประกอบการ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ผ่านกระบวนการ Reskill และ Upskill เพื่อนำความรู้ ความสามารถ และภูมิปัญญาของคนพิการมาต่อยอดด้วยทักษะแห่งอนาคต
น.ส.ชนก กล่าวว่า รัฐบาลต้องการเห็นคนพิการเป็นผู้ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ไม่ใช่เพียงผู้รับความช่วยเหลือ โดยต้องทำให้ความสามารถพบกับโอกาส นายจ้างพบกับคนที่มีทักษะ และสินค้าหรือบริการจากฝีมือคนพิการสามารถแข่งขันในตลาดได้ มีเป้าหมายปลายทางให้คนพิการ “มีงาน มีรายได้ มีความมั่นคง และสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีและเท่าเทียม”
ภายในงานแบ่งกิจกรรมออกเป็น 6 โซน ได้แก่ Main Stage เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพิธีลงนามความร่วมมือ, ABLE Plus Showcase นิทรรศการนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อคนพิการ, Empowerment & Welfare Zone ให้คำปรึกษาด้านสิทธิและสวัสดิการ, Career Connect Zone จับคู่จ้างงานและให้คำปรึกษาด้านอาชีพ, Inclusive Marketplace Zone ตลาดสินค้าและบริการจากคนพิการทั่วประเทศ และ Hands-on Workshop Zone ฝึกทักษะอาชีพและทักษะดิจิทัลผ่านการลงมือปฏิบัติจริง
งานกำหนดจัดใน 2 พื้นที่ยุทธศาสตร์ รวมกว่า 428 บูธ รองรับผู้เข้าร่วมทั้ง Onsite และ Online รวมกว่า 12,000 คน โดยพื้นที่ส่วนกลางจัดระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม–1 กันยายน 2569 ณ ลานอเนกประสงค์ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดระหว่างวันที่ 12–13 กันยายน 2569 ณ MCC Hall ชั้น 3 เดอะมอลล์ นครราชสีมา เพื่อเปิดพื้นที่เชื่อมโยงโอกาสด้านงาน อาชีพ และตลาดให้คนพิการ พร้อมเชิญชวนประชาชนและทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนสังคมแห่งโอกาสและเปิดประตูสู่ศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดของคนพิการทั่วประเทศ


