สส.ปชป. เตือน เงื่อนไข “AIPASS” บังคับส่งข้อมูลคนไทยไป ตปท. ชี้ ผิด TOR ชัดเจน จี้ ชะลอเบิกจ่าย-ส่งสัญญาตรวจ เตือนข้าราชการอย่ารับบาปแทน
วันนี้ (19 ส.ค.) ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เปิดเผยข้อสังเกตสำคัญภายหลังจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดระบบให้ประชาชนลงทะเบียนใช้งานแพลตฟอร์ม AI PASS เป็นวันแรก โดยระบุว่า จากการเข้าไปตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้งาน (Terms of Service) ตลอดจนนโยบายความเป็นส่วนตัวของระบบ พบข้อความระบุชัดเจนว่า แพลตฟอร์มจะไม่สามารถประมวลผลหรือสร้างคำตอบให้ผู้ใช้ได้ หากปราศจากการส่งต่อข้อมูลไปยังโมเดล AI ต่างประเทศที่เลือกใช้งาน และหากผู้ใช้ไม่ยินยอม ก็จะไม่สามารถใช้งานระบบได้
ดร.การดี กล่าวว่า ข้อกำหนดดังกล่าวเท่ากับเป็นการยืนยันว่า กระทรวงรับรู้อยู่แล้วว่าการส่งข้อมูลของคนไทยไปประมวลผลยังต่างประเทศ ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขบังคับ ซึ่งถือว่าขัดและผิดหลักการตามขอบเขตของงาน (TOR) ข้อ 2.2 ที่เคยระบุไว้ในโครงการก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง ดังนั้น ประเด็นเรื่องการละเมิด TOR จึงไม่ใช่เพียงข้อสงสัยอีกต่อไป แต่เป็นความไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นพร้อมกันนี้ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอข้อเรียกร้องและย้ำจุดยืน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1. ชะลอการเบิกจ่ายงบประมาณ ขอให้ระงับการเบิกจ่ายเงินงวดต่างๆ เอาไว้ก่อน จนกว่าจะมีความชัดเจน และขอเรียกร้องให้เปิดเผยเอกสารสัญญาการเบิกจ่ายฉบับใหม่ที่ร่างขึ้น ซึ่งมีรายงานว่าจัดทำเสร็จและส่งกลับมายังหน่วยงานแล้ว เพื่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติและประชาชนได้ร่วมกันตรวจสอบความโปร่งใส
2. จี้แจงการตรวจรับงานงวดที่ 1 ปัจจุบันเวลาล่วงเลยมาหลายเดือนแล้ว แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบยังคงปล่อยให้เรื่องการตรวจรับงานงวดแรกมีความคลุมเครือ ไม่มีการชี้แจงอย่างชัดเจน พร้อมเตือนไปยังคณะกรรมการตรวจรับงานทุกคน โดยยกบทเรียนทางประวัติศาสตร์การเมืองไทยในอดีต ที่ข้าราชการทั้งชั้นผู้น้อย ชั้นกลาง และผู้ใหญ่ มักจะต้องกลายเป็นผู้รับโทษแทนทางการเมือง จึงขอให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์และทรัพย์สินของชาติเป็นสำคัญ
3. เตือนรัฐอย่าเอายอดลงทะเบียนเป็นตัวประกัน คาดการณ์ว่า หน่วยงานรัฐอาจพยายามนำตัวเลขจำนวนผู้ลงทะเบียนมาแอบอ้างเพื่อสร้างความชอบธรรม และใช้เป็นเกราะป้องกันเพื่อดันโครงการต่อไปโดยหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ทั้งที่ความเป็นจริง ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากโมเดล AI ผ่านช่องทางอื่นที่มีอยู่แล้วได้ โดยไม่จำเป็นต้องสูญเสียงบประมาณและภาษีของประชาชนเพิ่มเติม
“ดิฉันเองก็ยังรอเอกสารจากกระทรวงอยู่ในทุกประเด็นที่ตั้งคำถามไว้ก่อนหน้านี้ ขอยืนยันว่า ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ดิฉันต้องการเห็นประเทศไทยพัฒนา แต่ก็มีหน้าที่ต้องตรวจสอบอย่างมีคุณภาพสูงที่สุด เพื่อปกป้องผลประโยชน์และทรัพย์สินของประชาชนทุกคน” ดร.การดี กล่าวย้ำ


