รมว.กลาโหมวาง 6 โจทย์ใหญ่ยกระดับความมั่นคงไทย รับมือโลกผันผวน ตั้งแต่ภัยคุกคามหลายมิติ–ความพร้อมกองทัพ ถึงความเชื่อมั่นประชาชนและภูมิคุ้มกันชาติ ย้ำความมั่นคงไม่ใช่ภารกิจกองทัพฝ่ายเดียว แต่คนไทยทั้งประเทศต้องร่วมกัน
พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Thailand Security Dialogue 2026 หัวข้อ “Defence and Security in an Era of Uncertainty: การป้องกันประเทศและความมั่นคงในยุคแห่งความไม่แน่นอน” โดยเสนอกรอบเตรียมความพร้อมของประเทศไทยรับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว พร้อมชู 6 ประเด็นสำคัญเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกัน รับมือ ปรับตัว และฟื้นตัวจากภัยคุกคามในอนาคต
พลโทอดุลย์กล่าวว่า โลกและรูปแบบภัยคุกคามเปลี่ยนไป สงครามไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสนามรบ แต่อาจเริ่มจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ห้องทดลอง โรงงานพลังงาน ท่าเรือ ระบบการเงิน หรือสงครามข้อมูลข่าวสาร ดังนั้นโจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าใครมีกองทัพใหญ่กว่า แต่คือใครปรับตัวได้เร็ว มีระบบแข็งแรง และรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนได้มากกว่า
สำหรับ 6 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วยการมองภัยคุกคามให้กว้างและตรวจจับก่อนกลายเป็นวิกฤต โดยเฉพาะ Hybrid Threats ทั้งไซเบอร์ AI โดรน การโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน ความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร โรคระบาด และภัยพิบัติ
ประเด็นที่สอง ยกระดับความพร้อมของกองทัพจากการเน้นยุทโธปกรณ์ไปสู่ความพร้อมทั้งระบบ ทั้งกำลังพล ข้อมูล เทคโนโลยี ระบบตัดสินใจ การบัญชาการ การสื่อสารสำรอง และการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้ตอบสนองต่อวิกฤตได้อย่างรวดเร็ว
ประเด็นที่สาม สร้างความได้เปรียบจาก 5 ปัจจัย ได้แก่ คน ข้อมูล เทคโนโลยี ความร่วมมือ และความเชื่อมั่น โดยเฉพาะ Public Trust หรือความเชื่อมั่นของประชาชน ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของความมั่นคงแห่งชาติ
ประเด็นที่สี่สร้าง National Resilience ให้ประเทศพร้อมก่อนวิกฤต ตั้งแต่การป้องกัน เตรียมพร้อม ตอบสนอง จนถึงฟื้นฟู พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานความมั่นคง เศรษฐกิจ พลังงาน สาธารณสุข และภาคเอกชน รวมถึงจัดทำแผนสำรองและฝึกซ้อมรับสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ
ประเด็นที่ห้าเปลี่ยนแนวคิดจาก “ซื้ออาวุธ” สู่ “สร้างขีดความสามารถของประเทศ” โดยมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญ อาทิ โดรน ระบบไร้คนขับ ไซเบอร์ AI ระบบบัญชาการและสื่อสาร ดาวเทียม พลังงาน แบตเตอรี่ และเทคโนโลยีจัดการภัยพิบัติ พร้อมผลักดันการถ่ายทอดเทคโนโลยี งานวิจัย การจ้างงาน และอุตสาหกรรมภายในประเทศ
และประเด็นที่หก รักษา Strategic Balance หรือสมดุลเชิงยุทธศาสตร์ ท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจ โดยไทยต้องรักษาความสัมพันธ์และร่วมมือกับมิตรประเทศทุกฝ่าย ขณะเดียวกันต้องมีอิสระในการตัดสินใจโดยยึดผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง
“ประเทศไทยต้องสามารถพูดคุยกับทุกฝ่าย ร่วมมือกับทุกฝ่าย แต่ในขณะเดียวกัน ต้องสามารถตัดสินใจบนผลประโยชน์ของประเทศไทยได้ด้วยตัวเอง”
พลโทอดุลย์ย้ำว่า ความมั่นคงของประเทศไม่สามารถสร้างได้ด้วยกองทัพเพียงองค์กรเดียว แต่ต้องเกิดจากความพร้อมของรัฐบาล ภาคเอกชน เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และประชาชน จึงต้องเปลี่ยนคำถามจาก “กองทัพพร้อมรบหรือยัง?” เป็น “ประเทศไทยพร้อมรับมือกับโลกที่ไม่แน่นอนแล้วหรือยัง?”
พร้อมย้ำว่าความมั่นคงในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่เพียงการสร้างกำลังรบ แต่คือการสร้างความสามารถของประเทศในการอยู่รอด ปรับตัว และยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง เพราะ “ความมั่นคงไม่ใช่เรื่องของกองทัพเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นภารกิจของทั้งประเทศ”


