xs
xsm
sm
md
lg

ประเทศไทยกำลังจะไปไม่รอด! ได้เวลาล้าง“ไทยเทา-จีน-ยิว” ยึดประเทศหรือยัง?!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤต ปัญหาโครงสร้างประชากร คนไทยไม่อยากมีลูก เพราะเอาตัวเองยังไม่รอด คนหนุ่มคนสาวยุคนี้ แค่จะเลี้ยงลูกคนเดียวยังแทบไม่มีปัญญา ทั้งค้าครองชีพ การศึกษา โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอค่ารักษาพยาบาลมหาศาล จากโรงพยาบาลเอกชน ส่วนโรงพยาบาลรัฐก็นั่งรอตั้งแต่เช้าถึงเย็น นัดผ่าตัดทีต้องรอไปอีก 5-7 เดือน และเมื่อลูกเรียนจบปริญญาตรี มาก็ไม่มีงานทำ ถึงมีก็เงินเดือนน้อยนิด เลี้ยงตัวเองยังแทบไม่รอด

คนรุ่นใหม่จึงไม่อยากมีลูก ส่งผลให้ประชากรเกิดใหม่ของไทยลดลงเรื่อยๆ ขณะที่ต่างชาติกลับมาเพิ่มประชากรในแผ่นดินไทย โยเฉพาะพม่า และจีน

ที่น่ากลัวคือ จีนที่เป็นมหาอำนาจกำลังจะกลืนชาติ ยึดครองเศรษฐกิจไทย จากนโยบาย “ฟรีเทรด”

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในวันนี้ คือที่ บ่อวิน จ.ชลบุรี ตอนนี้กลายเป็นเมืองจีนแท้ๆ ใช้นอมินีคนไทยเปิดร้าน ลูกจ้างเป็นพม่า เจ้าของตัวจริงคือคนจีน นั่งคุมอยู่หลังร้าน ภาษาที่ใช้และ เมนูเป็นภาษาจีนทั้งหมด แถมบางร้านไม่รับลูกค้าคนไทย และจ่ายเงินผ่าน WeChat Pay หรือ Alipay โดยตรง ไม่ต้องใช้เงินบาท ไม่ต้องผ่านระบบธนาคารของไทย

แม้แต่ระบบโลจิสติกส์ การขนส่งทางภาคใต้ จีนก็เข้ามาครองหมดแล้ว ล้งผลไม้ ทุเรียน มะพร้าว ลำไย ก็ถูกเทกโอเวอร์ ซื้อไปทั้งหมด สาเหตุหลักมาจาก สนธิสัญญาการค้าเสรี (FTA) ที่ไม่มีภาษี ทำให้จีนใช้คอนเซปต์ฟรีเทรด มาดัมพ์สินค้าเข้าไทย โดยไม่ต้องเสียภาษี ทำลายผู้ประกอบการไทยจนหมดสิ้น คนไทยต้องสูญเสียอาชีพ และไร้ที่ยืนในบ้านตัวเอง

แม้แต่ทุนยานยนต์จากญี่ปุ่น ยังเตรียมย้ายฐาน เพราะไทยเก็บภาษีรถญี่ปุ่น แต่ไม่เก็บภาษีรถไฟฟ้าจากจีน

นอกจากจีนที่รุกทางด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังมีภัยเงียบจากชาวยิว กับการรุกคืบ มาตั้ง “ชาบัด” (Chabad) หรือศูนย์ศาสนกิจของยิว ในขณะที่วัดพุทธในไทยเริ่มร้าง พระสงฆ์ลดจำนวนลง แต่ศาสนามุสลิม และยิว กลับขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกันก็มีการใช้นอมินี เป็นตัวแทนเข้ามาดำเนินธุรกิจ กว้านซื้อที่ดิน ทำรีสอร์ต วิลล่า ที่เกาะสมุย หรือ ที่ภูเก็ต เพื่อคนยิวด้วยกัน ผ่านนอมินีที่เป็นคนไทย โดยข้าราชการไทยเทาคอยอำนวยความสะดวก

แต่รัฐบาลกลับมองไม่เห็นถึงภัยแอบแฝงเหล่านี้ !

ในสมัยที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้ลงพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 และ ยังพาเอกอัครราชทูตอิสราเอล ไปพบปะข้าราชการ เพื่อขอให้ตำรวจและฝ่ายปกครอง อะลุ้มอล่วยให้ชาวยิว อีกต่างหาก

ถึงวันนี้ คนยิวหลายคนมีบัตรประชาชนไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ... มันเป็นไปได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่ “ข้าราชการเทา” จัดการให้ ที่สำคัญคือ บริษัทบัญชี และกฎหมาย ที่จัดหานอมินี ให้กับพวกต่างชาติ ทั้งยิว ทั้งจีน รัสเซีย และอื่นๆ ถามว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร... ก็เพราะเรามี “ข้าราชการเทา”... เรามี “ไทยเทา” อยู่ไง!

นี่เป็นหลักฐานที่ฟ้องถึงความล้มเหลวของนักการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศ ที่ขยันสร้าง “วาทกรรมลอยๆ” แต่แก้ปัญหาไม่ได้ ไม่เคยรับรู้ ดูแลความเดือดร้อนของประชาชนอย่างจริงจัง การปราบปรามก็เป็นไปแบบลูบหน้าปะจมูก จับแค่นอมินีปลายน้ำ หรือ บริษัทจัดหานอมินี แต่ไม่ยอมแก้กฎหมายเพิ่มโทษให้หนัก หากพิสูจน์ได้ว่าใครเป็นนอมินีตัวการใหญ่ ต้องลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 10 ปี เพื่อให้คนพวกนี้เข็ดขยาด ไม่ใช่แค่เสียค่าปรับ หรือจำคุกไม่เกิน 3 ปี

ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะต้องมาพิจารณา ถึงมาตรการ “ปิดประเทศ – ล้างไทยเทา – ยกเลิกสัมพันธ์อิสราเอล” เพราะถ้ายังขืนปล่อยไว้แบบนี้ มองเห็นอนาคตได้เลยว่า ประเทศไทยไม่มีทางรอด!

“ปิดประเทศ” แล้วนำนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) มาใช้เป็นหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ปกป้องสิทธิคนไทย และส่งเสริมเศรษฐกิจ สินค้าไทย

“ล้างประเทศ”กวาดล้างข้าราชการไทยเทา ที่เป็นตัวการเอื้อให้มีการทำผิดกฏหมาย ออกใบอนุญาต และบัตรประชาชนให้ต่างชาติสวมสิทธิพลเมืองไทย พร้อมทั้งจัดการกับคนจีน คนอิสราเอล คนรัสเซีย หรือใครก็ตามที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย รวมถึงลากไส้นอมินี และลงโทษจำคุกขั้นต่ำ 10 ปี ขึ้นไป

“ยกเลิกความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล” ประเทศไทยต้องพิจารณษว่า ถึงเวลาที่ต้องตัดความสัมพันธ์ทางการทูต กับประเทศอิสราเอลแล้วหรือยัง เรียกทูตไทยกลับ เหมือนที่ประเทศสเปนทำ เพราะอิสราเอล กระทำสิ่งอัปยศ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ และนักท่องเที่ยวยิว ที่เข้ามาก็สร้างแต่ปัญหาเดือดร้อน เป็นภัยคุกคามความมั่นคงในระยะยาว

“รื้อสนธิสัญญา FTA ใหม่ทั้งหมด” รัฐบาลไทยต้องทบทวนข้อตกลงการค้าเสรีที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะกับ จีน และรัฐบาลไทย ต้องเร่งลดค่าน้ำมันลงให้เหลือตามราคาที่ควรจะเป็น ไม่ใช่ตรึงราคาน้ำมันแพง เพื่อบีบให้คนจำใจไปซื้อรถ EV จากจีน น้ำมันยิ่งแพง รถ EV ยิ่งขายดี ทำไมเราไม่ลดค่าน้ำมัน ค่าน้ำมันที่เจรจาว่าต้องลดมา 18 บาท อย่างน้อยขั้นตอนมีกันเรียบร้อย จนวันนี้ทั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ก็ยังไม่ขยับ

เหล่านี้ คือโจทย์เร่งด่วนที่ “รัฐบาลอนุทิน” ต้องระดมสมองคิดหาทางแก้ไข ต้องให้ความสำคัญเป็นวาระแห่งชาติ ก่อนที่ ประเทศไทยจะไปไม่รอด ไม่มีอนาคตของความเป็นชาติเหลือให้เห็น !