“นิรัตน์” เผย ผู้สอบท้องถิ่นสามารถดูคะแนน ทั้งส่วนกลาง-ต่างจังหวัด 13-31 ส.ค.นี้ ส่ง 5,925 รายชื่อ ให้หน่วยงานตรวจสอบฟันอาญาแล้ว พร้อมเปลี่ยนหากระดับนโยบายมอบ ก.พ.จัดสอบแทน กสถ.แต่หากยันตามเดิม พร้อมสังคายนาโครงสร้างใหม่ รับคนใน สถ.เอี่ยวขบวนซื้อตำแหน่ง ย้ำ ต้องกวาดบ้าน แต่ขอหาข้อมูลมัดตัวให้แน่น เถียงไม่ได้-ปฏิเสธไม่ออก ลั่น แม้นั่งรักษาการแต่อำนาจเต็ม
เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 13 ส.ค. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กล่าวถึงกรณีที่ทาง สถ. เปิดให้มีการตรวจสอบผลคะแนน ว่า หลังจากที่มีการยกเลิกบัญชีผู้ที่สอบได้เดิม ซึ่งมีปัญหาไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และมีการแก้ไขออกมาแล้ว รวมไปถึงมีการประกาศคะแนนที่ถูกต้องออกมา ตามการประชุมของคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก กลาง) เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา รายชื่อแต่ละรายชื่อและคะแนน จะถูกส่งไปยังแต่ละจังหวัด ซึ่งแต่ละจังหวัดจะเห็นคะแนนผู้ที่สอบได้ในแต่ละจังหวัดของตนเองไม่ได้ส่งไปพวงใหญ่เผยแพร่ทั่วไป สำหรับอีกช่องทางที่มีการเปิดรับโดยไม่ต้องร้องขอ ได้ให้ สถ.ส่วนกลาง ตั้งจุดเปิดให้ดูคะแนน ซึ่งสามารถที่จะดูได้ทั้งประเทศ ตั้งแต่วันที่ 13-31 สิงหาคม 2569
เมื่อถามว่า ผู้ที่มีรายชื่อที่ถูกเพิกถอนจะถือว่ามีความผิดทางอาญาด้วยหรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า 5,925 รายชื่อ ตอนนี้อยู่ที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากมีการประมวลเรียบร้อย และมีการตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ทาง สถ. แจ้งรายชื่อทั้ง 5,925 รายชื่อ ไปยัง 5 หน่วยงานที่ทำ MOU ตรวจสอบความผิด
เมื่อถามว่า หลังจากนี้ จะมีการจัดสอบทดแทนบุคลากรของ สถ. ที่ขาดแคลน แต่มีข้อเรียกร้องให้ทาง ก.พ. เป็นผู้จัดสอบแทน กสถ. เหมือนกับหน่วยงานราชการอื่น ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้หรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า เราทำปัจจุบันให้ดีที่สุด สิ่งที่ ก กลาง และ กสถ. รับหน้าที่จัดสอบ ก็เป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจนั้นๆมอบหมาย ตนไม่ได้บอกว่าวันนี้ดีที่สุด แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาเรารู้ว่ามีปัญหา แม้ว่าจะไม่มีคำสั่งให้ทบทวน อย่างไรก็ต้อง ทบทวนตัวเองอยู่แล้ว ว่า วันนี้เราทำอะไรได้ดีหรือแย่แค่ไหน เราต้องปรับปรุงตัวเองแน่นอน ก่อนย้ำว่า การจัดสอบหลังจากนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้มีอำนาจ หากเป็นนโยบายก็ต้องไปแก้ไขข้อสั่งการหรือระเบียบต่อไป
เมื่อถามว่า ได้เห็นรายงานที่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี สรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ส่งไปยังนายกรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ นายนิรัตน์ ยอมรับว่า เห็นแล้ว ซึ่ง กสถ. ผู้จัดสอบในปัจจุบัน ทาง กสถ. เป็นผู้จัดสอบอยู่จนก็จะต้องมีการปรับโครงสร้าง ปรับขบวนการและวิธีทำงานใหม่ ที่ไม่ได้ก่อให้เกิดการทุจริตหรือผิดพลาด แต่ถ้าเป็นนโยบายใหม่ที่ต้องกระจายการสอบออกไป หรือให้ใครจัดสอบแทน หรือกพ. สอบแทนสถ.ก็ไม่ขัดข้อง เราพร้อม
นายนิรัตน์ ยังกล่าวถึงเรื่องการสืบสวน หาตัวผู้กระทำความผิดในการทุจริตการสอบ ขณะนี้ความผิดเกิดขึ้นแล้วเป็นคดีอาญา ทางตำรวจ ป.ป.ช. และหน่วยตรวจสอบทางคดีทุกอย่าง ก็รับไปตรวจสอบแล้ว แต่ สถ.ยืนยันว่า ไม่หยุดแค่นี้ เราต้องประเมินตนเอง ต้องสำรวจตัวเองว่ามีจุดโหว่ จุดอ่อน ว่า มีจุดใดบ้างที่ทำให้เกิดการทุจริต อย่างที่ตนเคยบอกว่ามีผู้เล่นอยู่ 4 คน คือ กรม สถ. มหาวิทยาลัยที่รับจ้าง นายหน้าที่บอกว่าเป็นผู้ซื้อขายตำแหน่งและผู้ซื้อ ซึ่ง 2 ส่วนแรกเป็นหน่วยงานราชการ ที่เราจะต้องปิดจุดอ่อนให้หมด แต่ในเรื่องของกระบวนการซื้อขายตำแหน่ง ก็จะได้ประชุมหาข้อมูลกันกับทุกหน่วย เพื่อส่งผู้มีพฤติกรรมที่เป็นนายหน้าและผู้ขายตำแหน่งเหล่านี้ ซึ่งเป็นผู้รับราชการและไม่รับราชการ ซึ่งทำเป็นขบวนการ
ไม่ใช่แค่ท้องถิ่น เรารู้ว่าทุกวงการที่มีการสอบ โดยจะส่งข้อมูลเหล่านี้ไปให้ตำรวจต่อไป
เมื่อถามว่า ใน สถ.เองมีบุคลากรเข้าไปเกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่ง จะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อสอบวินัยร้ายแรง เพื่อกวาดบ้านตัวเองหรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ยอมรับว่า ใน สถ.มีผู้ที่ทำตัวเป็นหนึ่งในขบวนการนายหน้า บุคคลเหล่านี้ต้องถูกกวาดล้าง เช่นเดียวกับกลุ่มคนที่อยู่ในหน่วยงานอื่นๆ เช่นกัน แม้อยู่ใน สถ. ก็จะไม่มีการยกเว้น ต้องจัดการก่อนเป็นอันดับแรก
เมื่อถามว่า จะเริ่มกวาดบ้านตัวเองเมื่อใดในฐานะที่เป็นรักษาการอธิบดี นายนิรัตน์กล่าวว่าทำอยู่แล้วทำทุกวัน แต่พวกนี้ข้อมูลต้องแน่น เพื่อที่จะจัดการกับเขาเพื่อให้เถียงไม่ได้ ปฏิเสธไม่ออก
เมื่อถามว่า ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดี สถ.มีอำนาจเต็มใข่หรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ผู้รักษาราชการแทน มีหน้าที่เท่ากับ ผู้ซึ่งตนแทน


