“มงคลกิตติ์” ยื่นข้อมูลให้ “เท้ง” สอบงบ ศธ.หลังพบกลุ่มเดิมเวียนชนะจัดซื้อจัดจ้าง พบเงินทอนครุภัณฑ์ 30% จี้ฝ่ายค้านขยายผล อย่าปล่อยเรื่องเงียบ
วันนี้ (12 ส.ค.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน และ ผู้จดแจ้งจัดตั้งพรรคก้าวล้ำ เข้ายื่นหนังสือถึง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เพื่อขอให้ตรวจสอบการดำเนินโครงการตามพระราชบัญญัติจัดสรรงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2566-2568 และ พระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายตั้งแต่ปี 2566-2569 ของกระทรวงศึกษาธิการ ว่า อาจมีลักษณะส่อไปในทางทุจริต
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า โดยปกติช่วงปลายจัดสรรงบประมาณจะมีงบประมาณเหลือกองไว้กว่าหลายพันล้าน หรือเรียกว่างบจัดแผนยุทธศาสตร์ เมื่อเงินเหลือกองไว้ตั้งแต่ปี 2566-2568 เม็ดเงินจึงเพิ่มสูงขึ้นถึง 10,000 ล้านบาท จึงพบการซอยย่อยโครงการของ สพฐ.และ สอศ. ในรูปแบบจัดซื้อจัดจ้างเป็นพิเศษ และหลายโครงการใช้วิธีเฉพาะเจาะจงในการคัดเลือก พบข้อสังเกตว่า มีการนำบริษัทกลุ่มเดิมเข้ามาเป็นคู่เทียบราคา และมีลักษณะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นผู้ชนะในการจัดซื้อจัดจ้าง
จึงเห็นควรให้ตรวจสอบทั้งรายชื่อบริษัท ผู้เสนอราคา ผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงความสัมพันธ์ของคู่เทียบราคาและรายละเอียดการดำเนินโครงการ มีการรับงานแบบไขว้กันไปมา เหมือนแบ่งโซนกันรับงาน มีเงินทอนกว่า 30% ต่อคุรุภัณฑ์ จึงทำให้ครุภัณฑ์ที่ได้มาคุณภาพต่ำ ใช้งานได้แป๊บเดียวแล้วพัง เป็นการกระทำความผิดเช่นนี้ซ้ำๆ โดยมีข้าราชการประจำระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้อง
“สิ่งที่ผมตั้งข้อสังเกต คือ มีการรับงานแบบไขว้กันไปมา มีเรื่องเงินทอนประมาณ 30% ของราคาครุภัณฑ์ หากเป็นเช่นนั้นจริง ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพของครุภัณฑ์ที่จัดซื้อ เพราะงบประมาณส่วนหนึ่งอาจไม่ได้ถูกนำไปใช้เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพอย่างเต็มที่” นายมงคลกิตติ์ กล่าว
นายมงคลกิตติ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาที่ต้องการให้ตรวจสอบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโครงการใดโครงการหนึ่ง แต่ต้องการให้ตรวจสอบเป็นระบบว่า บริษัทที่เข้าร่วมเสนอราคาในแต่ละโครงการมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ มีการผลัดกันชนะการประมูลหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่าครุภัณฑ์ที่จัดซื้อมีคุณภาพและตรงตามข้อกำหนดของโครงการหรือไม่ เนื่องจากได้รับข้อมูลว่าครุภัณฑ์บางรายการมีคุณภาพต่ำและสามารถใช้งานได้เพียงระยะหนึ่งก่อนเกิดปัญหา
“ผมฝากฝ่ายค้านช่วยตรวจสอบด้วย เพราะวันนี้ผมไม่ได้มามือเปล่า แต่มีข้อมูลที่รวบรวมมาให้แล้ว หน้าที่ของเรา คือ ส่งข้อมูล ส่วนฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบและนำข้อมูลไปขยายผล หากพบว่ามีมูลหรือมีความผิดปกติจริง ก็ขอให้ดำเนินการตรวจสอบต่อไปจนถึงที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้รับคำตอบว่า งบประมาณแผ่นดินถูกใช้ไปอย่างไร และมีใครเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ อย่าปล่อยให้เรื่องนี้เงียบ เพราะนี่ไม่ใช่เงินของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเงินภาษีของประชาชนเป็นหลักหมื่นล้านบาท ประชาชนมีสิทธิรู้ว่าเงินถูกใช้ไปกับอะไร และมีใครเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่” นายมงคลกิตติ์ กล่าว


