“พลพีร์–เจเศรษฐ์” สั่งเดินหน้าจัดระเบียบสังคมเต็มศักยภาพ ลั่น! ผู้ปฏิบัติไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพล ผู้บริหารพร้อมเป็นหลัก–หนุนบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น
วันที่ (11 สิงหาคม 2569) เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมราชบพิธ ชั้น 5 อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการประชุมชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคมของกระทรวงมหาดไทย หรือ ฉกอ. ครั้งที่ 2 /2569 โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักกอง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และมีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ร่วมประชุม
ในการนี้ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง มอบหมายให้ นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วยผู้บริหารกรมการปกครอง คณะทำงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมรับมอบนโยบาย
มท.2 เน้นย้ำเรื่องมาตรการควบคุมอาวุธปืน การพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะหรือในยานพาหนะในขณะนี้ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด หากพบเห็นการฝ่าฝืน ให้ถือว่าผู้นั้นเจตนาพกพาอาวุธโดยมิชอบและต้องถูกดำเนินคดีในทันที อีกทั้งขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งสำรวจและตรวจสอบสถานประกอบการ รวมถึงโรงแรมในพื้นที พร้อมจัดทำข้อมูลให้ชัดเจนว่า แห่งใดมีใบอนุญาตถูกต้อง และแห่งใดไม่มีใบอนุญาต และรายงานผลมายังกรมการปกครองภายใน 7 วัน หากพบผู้ประกอบการที่ไม่ให้ความร่วมมือเข้าสู่กระบวนการจัดระเบียบ ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายและ ไม่ปล่อยให้เปิดดำเนินการโดยเด็ดขาด
ส่วนปัญหายาเสพติดและกัญชา แม้เป็นกิจการที่อยู่ภายใต้นโยบายของรัฐบาล แต่กฎหมายกำหนดให้ใช้ “เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น” ดังนั้น หากพบร้านใด ไม่มีใบอนุญาต ใบอนุญาตหมดอายุ ไม่มีแพทย์หรือเภสัชกรประจำตามที่กฎหมายกำหนด หรือจำหน่ายให้ผู้ที่ไม่มีใบรับรองแพทย์ ให้ดำเนินการตามกฎหมายและสั่งปิดทันที และขอให้ทุกท่านมั่นใจและไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ เพราะทางคณะผู้บริหารพร้อมลงไปลุยและเป็นหลักให้แก่ข้าราชการผู้ปฏิบัติงานทุกคนอย่างแน่นอน
มท.3 กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยบูรณาการร่วมกับกระทรวงยุติธรรม จัดทำมาตรการติดตามและเฝ้าระวังผู้กระทำผิดในคดีทางเพศ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ มีผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอเป็นประธาน โดยจะส่งข้อมูลรายชื่อผู้กระทำผิดจากกระทรวงยุติธรรม และประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ร่วมติดตามและเฝ้าระวังพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อปิดช่องว่างด้านการเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ ตลอดจนสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่


