xs
xsm
sm
md
lg

เปิด “ทินกรณ์ของศรีบูรพา” 25 บันทึกลับ เติมเต็ม 17 ปีชีวิต “กุหลาบ สายประดิษฐ์” ช่วงลี้ภัยในจีน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เปิดตัว “ทินกรณ์ของศรีบูรพา” เปิดบันทึกลายมือ 25 เล่มของ “กุหลาบ สายประดิษฐ์” ระหว่างลี้ภัยการเมืองในจีน เผยชีวิต 17 ปีที่เคยเลือนหาย เติมเต็มหน้าประวัติศาสตร์วรรณกรรม การเมือง และอุดมการณ์ของนักเขียนคนสำคัญแห่งสยามม

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 กองทุนศรีบูรพา ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และองค์กรร่วมสนับสนุน จัดงานเปิดตัวหนังสือ “ทินกรณ์ของศรีบูรพา ระหว่างลี้ภัยทางการเมืองในสาธารณรัฐประชาชนจีน” ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ภายในงานมี นางชมัยภร บางคมบาง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2557 และประธานกองทุนศรีบูรพา นายธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล) ประจำปี 2559 นายชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นายฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที รองประธานกรรมการมูลนิธิหอศิลปฯ ตลอดจนนักเขียน กวี ศิลปิน นักวิชาการ และประชาชนเข้าร่วมงาน

นายชำนาญ กล่าวว่า กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เห็นคุณค่าของ “โครงการอนุรักษ์และจัดทำหนังสือ ทินกรณ์ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ (ศรีบูรพา) ระหว่างลี้ภัยทางการเมืองในสาธารณรัฐประชาชนจีน” ทั้งในมิติประวัติศาสตร์และวรรณกรรม โดยเฉพาะการเติมเต็มช่วงชีวิตที่ขาดหายไปของศรีบูรพา นักคิดและนักเขียนคนสำคัญของไทย จึงอนุมัติการสนับสนุนโครงการในปี 2568

โครงการได้นำสมุดบันทึกลายมือมาผ่านกระบวนการอนุรักษ์ ถอดความ เรียบเรียง และวิเคราะห์เชื่อมโยงกับบริบททางการเมืองของไทย จีน และโลก เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาชีวิต แนวคิด และอุดมการณ์ของศรีบูรพา พร้อมใช้เป็นแหล่งอ้างอิงด้านประวัติศาสตร์และวรรณกรรมต่อไป

ด้านนางชมัยภร ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานโครงการฯ เปิดเผยที่มาของ “ทินกรณ์ของศรีบูรพา” ว่า จุดเริ่มต้นมาจาก วาณี พนมยงค์ สายประดิษฐ์ บุตรสะใภ้ของกุหลาบ สายประดิษฐ์ แจ้งต่อคณะกรรมการกองทุนศรีบูรพาว่า ภายในบ้านมีกล่องเก็บ “ทินกรณ์” หรือบันทึกประจำวันของศรีบูรพาที่นำกลับมาจากจีน พร้อมข้อความกำกับให้เปิดในปี 2568 ซึ่งตรงกับวาระ 50 ปีการเสียชีวิต และ 120 ปีชาตกาลของศรีบูรพา

เมื่อเปิดกล่องพบสมุดบันทึกจำนวน 25 เล่ม ครอบคลุมตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2501 ถึง 12 พฤษภาคม 2517 ซึ่งเป็นช่วงที่ศรีบูรพาพำนักอยู่ในจีน และถือเป็นช่วงชีวิตประมาณ 17 ปีที่ข้อมูลยังไม่ปรากฏอย่างสมบูรณ์


คณะทำงานจึงถ่ายภาพต้นฉบับทุกหน้าเก็บเป็นไฟล์ดิจิทัล ก่อนให้คณะผู้ถอด “ทินกรณ์” ประกอบด้วย ชมัยภร บางคมบาง สมปอง ดวงไสว จรูญพร ปรปักษ์ประลัย พุทธิชาต มาแดง ศราวุธ วังหลวง และอัศวุธ อุปติ ถอดคำอย่างเคร่งครัดตามต้นฉบับ พร้อมวิเคราะห์เนื้อหาเชื่อมโยงกับสถานการณ์ทางการเมืองของไทย จีน และโลก ตลอดจนชีวิต ความคิด การทำงาน และสุขภาพของศรีบูรพา

นอกจากนี้ ยังจัดทำ “ปฏิทินชีวิต 17 ปี ศรีบูรพา” เพื่อเรียบเรียงเหตุการณ์และทำให้ภาพชีวิตของศรีบูรพาในช่วงพำนักที่จีนมีความชัดเจนมากขึ้น

นางชมัยภร กล่าวว่า ช่วงเวลา 17 ปีที่ศรีบูรพาพำนักอยู่ในสาธารณรัฐประชาชนจีน เคยเป็นภาพที่เลือนราง แต่บันทึกทั้ง 25 เล่มได้เปิดเผย “ข้างหลังภาพ” ของช่วงเวลาที่ขาดหาย และเป็นหลักฐานยืนยันถึงชีวิตและอุดมการณ์ของกุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือ “ศรีบูรพา”

ขณะที่นายฉัตรวิชัย กล่าวว่า หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นอกจากทำงานด้านทัศนศิลป์แล้ว ยังให้ความสำคัญกับวรรณกรรมมากขึ้น โดยเริ่มพัฒนาแพลตฟอร์มและพื้นที่สำหรับกิจกรรมวรรณกรรมอย่างจริงจัง การเปิดตัว “ทินกรณ์ของศรีบูรพา” จึงเป็นโอกาสสำคัญในการย้อนกลับไปศึกษารากฐานของวรรณกรรมร่วมสมัย รวมถึงชีวิตและผลงานของศรีบูรพาที่มีบทบาทต่อสังคมไทย

สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการฉายวีดิทัศน์ความเป็นมาของโครงการ การอ่านบทกวีโดยชมัยภร พร้อมการบรรเลงขลุ่ยโดยธนิสร์ ศรีกลิ่นดี รวมถึงการอ่านบทกวีของคณะผู้ถอด “ทินกรณ์” และการเสวนาหัวข้อ “อุดมการณ์ของศรีบูรพา” จากทินกรณ์ในประเทศไทย ปี 2485 ถึงทินกรณ์ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ช่วงปี 2501–2517

งานปิดท้ายด้วยการอ่านบทกวีโดย “นายทิวา” ปรีดา ข้าวบ่อ และพินิจ นิลรัตน์ พร้อมนำผลงานวรรณศิลป์ของศรีบูรพามาถ่ายทอดผ่านบทเพลง “หยดฝนย้อย” และ “อาลัยรัก” โดยสุริยัน สุดศรีวงศ์ หรือ “แม้ว คนรักแมว”

หนังสือ “ทินกรณ์ของศรีบูรพา” จึงไม่เพียงเปิดเผยบันทึกส่วนตัวของนักเขียนคนสำคัญ หากยังเป็นการเติมเต็มช่องว่างกว่า 17 ปีในชีวิตของศรีบูรพา ผ่านหลักฐานจากลายมือของเจ้าตัวเอง ซึ่งสะท้อนทั้งชีวิต ความคิด อุดมการณ์ และความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในยุคสมัยนั้น

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด E-BOOK “ทินกรณ์ของศรีบูรพา” ได้ผ่านช่องทางโครงการ หรือ Facebook กองทุนศรีบูรพา