ครม.เห็นชอบปฏิญญาร่วมไทย–นิวซีแลนด์ ยกระดับสู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เต็มรูปแบบ เดินหน้าความมั่นคง–การค้า–นวัตกรรม ตั้งเป้าเพิ่มการค้าทวิภาคี 3 เท่าภายในปี 2588
วันนี้ (11 สิงหาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับนิวซีแลนด์ เพื่อกำหนดทิศทางและยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้ใกล้ชิดและเป็นรูปธรรมมากขึ้น ครอบคลุมทั้งด้านการเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้าและนวัตกรรม ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ตลอดจนความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปฏิญญาร่วมดังกล่าวจะเป็นกรอบสำคัญต่อยอดจากแผนปฏิบัติการร่วมของความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย–นิวซีแลนด์ ค.ศ. 2026–2030 ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ลงนามร่วมกันเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยมีกำหนดลงนามในช่วงการเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 20–21 สิงหาคม 2569
สาระสำคัญของความร่วมมือแบ่งเป็น 4 เสาหลัก โดยด้านการเมืองและความมั่นคง ทั้งสองประเทศจะส่งเสริมการหารือระดับสูงและความร่วมมือด้านกลาโหม รวมถึงร่วมรับมือความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ ตลอดจนปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และการค้ายาเสพติดผ่านกลไกทั้งทวิภาคีและพหุภาคี
ด้านเศรษฐกิจ การค้า และนวัตกรรม จะผลักดันการอำนวยความสะดวกทางการค้า ความร่วมมือด้านเกษตร การฝึกอบรม การสนับสนุนสตาร์ทอัพและ SMEs โดยตั้งเป้าหมายร่วมกันเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคีเป็น 3 เท่าภายในปี 2588 หรือ ค.ศ. 2045 พร้อมยกระดับความร่วมมือภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นไทย–นิวซีแลนด์ และสานต่อความร่วมมือในกรอบ APEC, WTO, RCEP และความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–ออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์
ด้านวัฒนธรรมและความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม การศึกษา วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม การท่องเที่ยว การพัฒนาทักษะและทุนการศึกษา รวมถึงสนับสนุนการกลับมาเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างสองประเทศ และแสวงหาแนวทางอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง นักเรียน นักท่องเที่ยว และนักธุรกิจ
สำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี ทั้งสองฝ่ายจะขยายความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและภูมิภาคแปซิฟิก ร่วมส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงในภูมิภาคอินโด–แปซิฟิกตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมยืนยันเสรีภาพในการเดินเรือและการบินผ่านตามกฎหมาย ทั้งนี้ นิวซีแลนด์ยังยืนยันสนับสนุนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ของประเทศไทย
รองโฆษกฯ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้หารือร่างปฏิญญาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 38 หน่วยงาน ซึ่งไม่มีข้อขัดข้อง และเห็นว่ากรอบความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายและผลประโยชน์ของประเทศไทย สามารถดำเนินการได้ภายใต้กฎหมายและระเบียบที่มีอยู่ในปัจจุบัน
ทั้งนี้ ร่างปฏิญญาร่วมไม่มีถ้อยคำที่มุ่งก่อให้เกิดพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ จึงไม่เป็นสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ โดยคณะรัฐมนตรียังอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามร่วมกับนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ด้วย.


