xs
xsm
sm
md
lg

คณะอนุฯ วิจัยวุฒิสภา ถก “ม.เกริก” ชูจุดแข็งจีน-ตะวันออกกลาง ดันงานวิจัยหนุนงานนิติบัญญัติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คณะอนุฯ วิจัยวุฒิสภา หารือ ม.เกริก ดึงจุดแข็งงานวิจัยจีน-ตะวันออกกลาง เชื่อมฐานข้อมูลและองค์ความรู้ภาควิชาการ ตั้งเป้าต่อยอดวิจัยการค้าไทย-จีน ความสัมพันธ์ตะวันออกกลาง หนุนกระบวนการนิติบัญญัติให้เป็นรูปธรรม

วันนี้( 11 ส.ค.)คณะอนุกรรมการเสริมสร้าง ขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานด้านวิจัยและพัฒนา ในคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา นำโดย นายชิบ จิตนิยม ประธานคณะอนุกรรมการฯ พร้อมด้วย รศ.แล ดิลกวิทยรัตน์ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ ดร.วิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภา คณะอนุกรรมการฯ ตลอดจนผู้บริหารและบุคลากรสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เดินทางเยือนมหาวิทยาลัยเกริก เพื่อหารือแนวทางสนับสนุนงานวิชาการ การวิจัย และนวัตกรรม สำหรับนำไปใช้ประโยชน์ในกระบวนการนิติบัญญัติ

รศ.ดร.พรพรรณ จันทโรนานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกริก พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับและนำเสนอภารกิจ ผลงานวิจัยและวิชาการ รวมถึงการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) และงานวิจัยและพัฒนา (R&D) พร้อมเสนอประเด็นที่สามารถสนับสนุนภารกิจของวุฒิสภา อาทิ ความสัมพันธ์และดุลการค้าไทย-จีน พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) ไทย-จีน ความสัมพันธ์ไทยกับประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกา รวมถึงข้อกฎหมายเกี่ยวกับพืชกระท่อม โดยเฉพาะมาตรการคุ้มครองเด็กและเยาวชน

นายชิบ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเกริกได้เสนอแนวทาง PRS เพื่อสนับสนุนงานวิชาการ วิจัย และนวัตกรรม 3 ด้าน ได้แก่ การนำงานวิจัยไปใช้ในกระบวนการนิติบัญญัติ การเชื่อมโยงและเข้าถึงฐานข้อมูลวิจัยระหว่างหน่วยงาน และการจัดกิจกรรมวิชาการเพื่อเผยแพร่และต่อยอดองค์ความรู้

มหาวิทยาลัยเกริก ซึ่งก่อตั้งมานาน 74 ปี ยังเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกที่แสดงความสนใจเข้าร่วมเครือข่ายความร่วมมือด้านการนำผลงานวิชาการและงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในกระบวนการนิติบัญญัติของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งปัจจุบันมีสถาบันอุดมศึกษาและองค์กรด้านวิจัยและพัฒนาเข้าร่วมแล้วกว่า 50 แห่ง

นายชิบ กล่าวว่า จุดแข็งสำคัญของมหาวิทยาลัยเกริกคือการศึกษาและงานวิจัยเกี่ยวกับประเทศจีน โดยมีนักศึกษาจีนเข้าศึกษาจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังเปิดการเรียนการสอนด้านภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งมีนักศึกษาสนใจกว่า 800 คน

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยมีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในระดับสากลกว่า 1,000 ชิ้น และได้รับการจัดอันดับใน QS Asia Ranking และ QS World Ranking โดยมีแนวโน้มอันดับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเชื่อมโยงผลงานวิจัยและกำหนดประเด็นศึกษาร่วมกันในอนาคต อาทิ แนวทางสร้างสมดุลการค้าไทย-จีน โอกาสพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศตะวันออกกลาง งานวิจัยเกี่ยวกับบทบาทและประสิทธิภาพของฝ่ายนิติบัญญัติ รวมถึงการจัดกิจกรรมและสัมมนาในประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน เพื่อผลักดันองค์ความรู้จากภาควิชาการไปใช้ประโยชน์ในกระบวนการนิติบัญญัติของวุฒิสภาอย่างเป็นรูปธรรม