“สุขสมรวย” โต้ “พริษฐ์” หลังถูกโยงเส้นเงินคดีฮั้ว สว. ซัด อย่าสร้างกระแส มโนคิดไปเอง ฟังข้อมูลฝ่ายตรงข้าม จี้ถามได้ข้อมูลจากใคร เตือนระวังจะเสียมวย เผยแจ้งความเอาผิด ที่อำนาจเจริญแล้ว
เวลา 11.30 น.วันที่ 10 ส.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ออกมาระบุว่า นางสุขสมรวย มีการให้ลูกน้องโอนเงินกว่า 900,000 บาท ให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. จังหวัดอำนาจเจริญ ช่วงเลือก สว.67 ว่า ตนไม่เคยถูก กกต. หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เรียกเข้าไปชี้แจงเรื่องเส้นเงินใดๆ ในรอบ 2 ปีเศษที่ผ่านมา
เมื่อถามว่า การที่เขาพาดพิงมาแบบนี้จะดำเนินการอย่างไร นางสุขสมรวย กล่าวว่า ทั้งเอกสารที่ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น” มอบให้นายพริษฐ์ ที่บอกว่าได้รับจากสายลับของ กกต.นั้น ตนขอบอกว่า กลับไปถามสายลับก็ได้ ว่า เอกสารที่ได้มา กกต.ได้สอบหรือยัง และเป็นเรื่องอะไรบางทีความจริงถ้าเอามาพูดทั้งหมด โดยที่ไม่ต้องสร้างกระแส จะทำให้คนไทยได้รับข้อมูลจริงทั้งหมด อย่าขับเคลื่อนด้วยการสร้างกระแส และมโนคิดเอาเอง แล้วตนเองได้ประโยชน์ จากการที่คนเข้าไปคอมเมนต์ หรือออกความเห็น โดยย้ำว่า ได้เอกสารหรือเส้นเงินจากสายลับคนไหนให้กลับไปถามสายลับให้ดี ว่าเป็นเรื่องอะไร มีเส้นเงินเกี่ยวกับตนอย่างไรแล้วตนไม่จำเป็นต้องตอบเพราะไม่เกี่ยวข้องกับตน
เมื่อถามว่า จะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีอะไรหรือไม่ นางสุขสมรวย กล่าวว่า ตนได้แจ้งความ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ เป็นผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ทนายอั๋น และนายพริษฐ์เรียบร้อยแล้วที่จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นการฟ้องแต่ละคนเป็นกระทงกระทงไป เรารักษาสิทธิของเราถ้าคิดว่าสิ่งที่พูด ไม่มีหมิ่นประมาทตำรวจก็คงจะสั่งไม่ฟ้อง แต่หากตำรวจสอบแล้วเป็นเรื่องของการหมิ่นประมาทตำรวจก็คงจะสั่งฟ้องเอง
“ดิฉันขอขอบคุณ เพจของนายยิ่งชีพ ที่ใส่ใจจังหวัดอำนาจเจริญ แต่ฉันจะเตือนบางทีข้อมูลที่คุณลงไป คุณอาจจะฟังข้อมูลฝ่ายการเมือง ฝ่ายตรงข้ามดิฉันที่อำนาจเจริญ ข้อมูลอาจจะไม่จริงก็ได้นะคะ ระวังนะคะ ระวังจะเสียมวยนะคะ” นางสุขสมรวยกล่าว
ส่วนมองว่า วัตถุประสงค์ที่เขาสร้างกระแสคืออะไร นางสุขสมรวย กล่าวว่า เชื่อว่า สื่อมวลชนทุกคนทราบ ว่า กกต.เอง ก็ใช้เวลาในการพิสูจน์สอบสวนเป็นระยะเวลาพอสมควร ทุกคนก็จะทราบว่า กกต.ใกล้จะมีมติใครจะผิดหรือถูก หรือถูกสงสารเป็นเรื่องที่กกต.ต้องตัดสิน และตนก็เชื่อว่า สื่อมวลชนก็ทราบว่าเขาต้องการทำอะไร เพื่ออะไร


