xs
xsm
sm
md
lg

เมืองพัทยาเปิดโฉม “สะพานคลื่น” แหลมบาลีฮาย แลนด์มาร์กใหม่รับ MICE City

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ในยุคที่การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวไม่ได้วัดกันเพียงจำนวนนักท่องเที่ยว แต่วัดกันที่คุณภาพเมือง และประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวได้สัมผัสตั้งแต่วินาทีแรกที่มาเยือน เมืองพัทยากำลังส่งสัญญาณครั้งสำคัญผ่านการพลิกโฉม สะพานท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮายให้มีเอกลักษณ์โดยออกแบบโครงหลังคาที่ได้รับแรงบรรดาลใจมากจากคลื่นทะเล แลนด์มาร์กริมทะเลแห่งใหม่ที่ถูกยกระดับจากโครงสร้างสัญจรธรรมดา สู่สถาปัตยกรรมไอคอนิกระดับเมืองท่องเที่ยวของโลก

โครงการปรับปรุงสะพานแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญในการรองรับ MICE City เมืองแห่งการประชุม นิทรรศการ และอีเวนต์นานาชาติ โดยเมืองพัทยาได้ออกแบบสะพานให้ดูทันสมัยผสานเทคโนโลยีวิศวกรรมขั้นสูง ที่สร้างความประทับใจแรกให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

จากสะพานคอนกรีตเก่าอายุกว่า 30 ปี ที่เคยเผชิญแดด ลม และไอทะเล วันนี้ถูกรีดีไซน์ใหม่ให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะร่วมสมัยความยาวกว่า 310 เมตร ภายใต้แนวคิด Parametric Design ที่ดึงแรงบันดาลใจจากเส้นสายของคลื่นทะเลอ่าวพัทยาและแนวเขาพระตำหนัก ถ่ายทอดออกมาเป็นโครงสร้างหลังคาเหล็กโค้งพลิ้วไหว เล่นระดับตลอดแนวสะพาน จังหวะความโค้งของโครงสร้างถูกออกแบบให้ลมทะเลสามารถไหลผ่านได้อย่างเป็นธรรมชาติ ลดความอึดอัดของพื้นที่ทางเดิน วัสดุอลูมิเนียมคอมโพสิตกรุฝ้าด้านบน ช่วยสะท้อนแสงแดดและเงาของทะเลเกิดเป็นมิติระยิบระยับ สร้างภาพจำที่แตกต่างจากท่าเทียบเรือโดยสารทั่วไป

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า เบื้องหลังความสวยงามของ “สะพานคลื่น” ท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย ยังซ่อนเทคโนโลยีด้านวิศวกรรมที่น่าสนใจไว้หลายด้าน โดยเฉพาะการปรับปรุงโครงสร้างเดิมริมทะเลให้รองรับการใช้งานระยะยาว เมืองพัทยาเลือกใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ เสริมความแข็งแรงใต้ท้องสะพาน ซึ่งมีคุณสมบัติรับแรงได้สูงกว่าเหล็กทั่วไปหลายเท่า ควบคู่กับการติดตั้งโครงสร้างคานเหล็กฉลุรังผึ้ง (Cellular Beam) ชุบกัลวาไนซ์กันสนิม เพื่อรองรับสภาพแวดล้อมที่มีไอเค็มทะเลตลอดทั้งปี นอกจากนั้น ยังมีการออกแบบทางสัญจรใหม่ให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยแยกทางเดินขาเข้าและขาออกอย่างชัดเจน ลดความแออัดในช่วงเวลาเร่งด่วน พร้อมติดตั้งระบบกล้อง CCTV และเชื่อมต่อพื้นที่ไปยังท่าเรือ โป๊ะ และเรือโดยสารสู่เกาะล้านอย่างเป็นระบบ สอดรับกับแนวคิด Smart Mobility และการจัดการเมืองท่องเที่ยวสมัยใหม่ และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ระบบ Dynamic Smart Lighting ที่จะเปลี่ยนสะพานแห่งนี้ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กกลางคืนแห่งใหม่ของพัทยา หลังพระอาทิตย์ตก ตัวโครงสร้างจะเปิดระบบไฟอัจฉริยะที่สามารถเปลี่ยนสีและรูปแบบแสงได้หลากหลายโหมด ทำงานเชื่อมโยงกับป้าย PATTAYA CITY บนเขาพระตำหนัก สร้างบรรยากาศเมืองท่องเที่ยวยามค่ำคืนให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น

สำหรับพัทยา โครงสร้างแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสะพานท่าเทียบเรือ แต่คือส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ ในการปรับโฉมเมืองครั้งใหญ่ ที่ยกระดับภาพลักษณ์จากเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ สู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์และศูนย์กลางอีเวนต์ระดับนานาชาติ เนื่องจากนักเดินทางกลุ่ม MICE และนักธุรกิจยุคใหม่ ไม่ได้มองเป็นเพียงสถานที่จัดประชุมหรือสัมมนาเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับบรรยากาศเมือง ความสะดวกในการเดินทาง และคุณภาพของพื้นที่สาธารณะโดยรอบ ทำให้ “สะพานคลื่น” ท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย เป็นมากกว่าทางเชื่อมสู่เกาะล้าน แต่คือส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเดินทางที่ผสานการทำงานและการพักผ่อนด้วยกันอย่างลงตัว

จากโครงสร้างเดิม...สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่สะท้อนวิสัยทัศน์การพัฒนาเมือง "สะพานคลื่น" ท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย ไม่ใช่เพียงงานสถาปัตยกรรมที่ยื่นสู่ทะเล แต่เป็นอีกหนึ่งโครงสร้างสำคัญในการยกระดับศักยภาพเมืองพัทยาในการเป็น MICE City