xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯ คิกออฟ “ไทยช่วยไทย ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” เติมทุนกว่า 4.4 พันล้าน ถึงชุมชนทั่วประเทศ สร้างอาชีพ-เพิ่มรายได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายกฯ Kick Off “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” เติมทุนกว่า 4.4 พันล้าน ถึงชุมชนทั่วประเทศ ช่วยประชาชนเข้าถึงเงินทุน ลดพึ่งหนี้นอกระบบ สร้างอาชีพ-เพิ่มรายได้

วันนี้ (10 ส.ค.) เวลา 10.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ด้วยต้นทุนที่เหมาะสม นำไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ โดยรัฐบาลจัดสรรงบประมาณกว่า 4,452 ล้านบาท ผ่านกองทุนหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศ 79,610 กองทุน

ก่อนเริ่มพิธี ผู้เข้าร่วมงานได้ยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาปากท้องและสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก เพราะสำหรับประชาชนจำนวนมาก ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไม่มีความสามารถหรือไม่มีอาชีพ แต่อยู่ที่ “ขาดเงินทุนตั้งต้น” หรือเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ จนต้องหันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง


โครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” จึงนำเงินทุนเข้าไปใกล้ประชาชน ผ่านกองทุนหมู่บ้าน กองทุนชุมชนเมือง และกองทุนชุมชนทหาร รวม 79,610 กองทุนทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียน ให้สมาชิกสามารถนำไปต่อยอดอาชีพ ลงทุนค้าขาย หรือสร้างรายได้ให้ครอบครัว โดยมีภาระดอกเบี้ยลดลงตามแนวทางของโครงการ

“เป้าหมายของรัฐบาล คือ ทำให้คนที่อยากทำมาหากินมีโอกาสเข้าถึงทุนในระบบ ไม่ต้องเริ่มต้นด้วยหนี้นอกระบบ เงินกว่า 4.4 พันล้านบาท ที่ลงไปในกองทุนทั่วประเทศ จึงไม่ใช่เพียงการเติมเงินให้กองทุน แต่ต้องเปลี่ยนเป็นทุนประกอบอาชีพ รายได้ของครอบครัว และเงินหมุนเวียนในชุมชน เมื่อคนตัวเล็กเข้าถึงทุนได้ เศรษฐกิจฐานรากก็มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกัน” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลต้องการให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นกลไกทางการเงินที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง ช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงแหล่งทุน และสร้างทางเลือกให้ผู้ที่อาจต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ สามารถกลับเข้าสู่ระบบการเงินที่เป็นธรรมมากขึ้น พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ผลักดันโครงการให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและเกิดผลเป็นรูปธรรม
ภายหลังพิธีเปิด นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมนิทรรศการและบูธของตัวแทนกองทุนหมู่บ้านจากพื้นที่ต่างๆ ซึ่งนำผลิตภัณฑ์จากชุมชนมาจัดแสดง ทั้งงานฝีมือ อาหาร ของดีประจำถิ่น และผลิตภัณฑ์สมุนไพร สะท้อนให้เห็นว่าเงินทุนระดับชุมชนสามารถต่อยอดเป็นอาชีพ รายได้ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ได้

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ สร้างการรับรู้แหล่งเงินทุนหมุนเวียนในการพัฒนาอาชีพ ภายใต้โครงการ ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ในกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ว่า วันนี้เป็นมาตรการที่จะลดต้นทุนให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งเป็นประชาชนที่เป็นฐานรากของประเทศ ผ่านทางสํานักงานกองทุนหมู่บ้าน โดยจะใช้หลักให้กองทุนหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านพิจารณาสินเชื่อและเงินกู้ ที่ประชาชนในหมู่บ้านมาขอกู้ ซึ่งจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป ส่วนดอกเบี้ยเมื่อได้มีการเห็นชอบเงินกู้แล้ว ทางกองทุนหมู่บ้านก็จะแจ้ง โดยรัฐบาลอนุมัติงบประมาณ 4,500 ล้านบาท เพื่อไปสมทบเป็นดอกเบี้ยคนละครึ่ง ซึ่งจะทําให้ต้นทุนของประชาชนที่จะไปทําธุรกิจต่างๆ ลดลง ก็จะทําให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น และจะเป็นช่องทางหนึ่งที่ไม่ต้องไปพึ่งพาเงินกู้นอกระบบที่มีต้นทุนสูง และเงื่อนไขต่างๆ มากมาย หากมีความผิดพลาดในธุรกิจก็อาจจะทําให้สิ้นเนื้อประดาตัว แต่ถ้าเป็นกองทุนนี้จะไม่มีอย่างนั้น

นายอนุทิน กล่าวว่า ทั้งนี้ สํานักงานกองทุนหมู่บ้านก็พยายามที่จะเชื่อมต่อบริษัทประกันภัย ให้มารับประกันความเสี่ยงในระดับหนึ่งด้วย และหากบริษัทประกันภัยสามารถรับความเสี่ยงตรงนี้ได้ ก็เท่ากับว่าธุรกิจที่ประชาชนได้ทําอยู่จะมีโอกาสดีขึ้นแน่นอน และจะทําให้เกิดเสถียรภาพในระบบการเงินของประชาชนในฐานราก

เมื่อถามว่า ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากโครงการนี้บ้าง นายกฯ กล่าวว่า อย่างน้อยเรื่องดอกเบี้ยที่เหลือครึ่งเดียว ซึ่งประชาชนต้องกู้อยู่แล้ว และถ้าหากผ่านการพิจารณาได้รับความเห็นชอบจากกองทุนหมู่บ้าน รัฐบาลก็จะช่วยเรื่องดอกเบี้ยให้ครึ่งหนึ่ง