นักกฎหมายชี้หลังคำสั่งศาลปกครอง “หมอสรณ” ยังดำรงตำแหน่งและทำหน้าที่ประธาน กสทช. ได้ เหตุมติกก.สรรหายังไม่มีผลให้พ้นตำแหน่ง จี้บอร์ดกลับเข้าประชุม หวั่นงานสะดุดกระทบอุตสาหกรรม-ประชาชน
นักกฎหมายวิเคราะห์สถานะ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ท่ามกลางความขัดแย้งภายในบอร์ด หลังคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติเกี่ยวกับคุณสมบัติของ นพ.สรณ โดยเห็นว่า ภายหลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง สถานะประธาน กสทช. ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง เนื่องจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหายังไม่มีผลให้พ้นจากตำแหน่งหรือกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบัน
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายปกครองระบุว่า การพ้นจากตำแหน่งต้องเป็นไปตามกระบวนการที่กำหนดใน พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และต้องมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง จึงไม่อาจถือเอาคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาเพียงฉบับเดียวเป็นเหตุให้ประธาน กสทช. ยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันที
ขณะเดียวกัน คำสั่งไม่รับคำฟ้องของศาลปกครองกลางไม่ได้หมายความว่าศาลรับรองว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาถูกต้องหรือชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น ตราบใดที่ยังไม่มีกระบวนการตามกฎหมายที่มีผลเป็นอย่างอื่น นพ.สรณ ยังคงดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. ได้ต่อเนื่อง ทั้งการเป็นประธานการประชุม พิจารณาวาระสำคัญ และขับเคลื่อนภารกิจขององค์กร
ส่วนการดำเนินการใดที่อาจมีผลให้พ้นจากตำแหน่งในอนาคต จะต้องผ่านกระบวนการและการพิจารณาขององค์กรที่มีอำนาจตามกฎหมายอย่างครบถ้วน ขณะที่คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาในขณะนี้ยังไม่มีผลเป็นการถอดถอนหรือเปลี่ยนแปลงสถานะของประธาน กสทช.
อย่างไรก็ตาม เริ่มมีข้อกังวลถึงผลกระทบจากการที่กรรมการ กสทช. บางส่วนไม่เข้าร่วมประชุม พร้อมมีเสียงเรียกร้องให้กรรมการทุกคนกลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจและความรับผิดชอบ เพื่อไม่ให้การพิจารณาวาระสำคัญและการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมหยุดชะงัก จนอาจกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและประชาชน
นักกฎหมายเห็นว่า ความเห็นหรือการตีความข้อกฎหมายที่แตกต่างกันไม่ควรนำไปสู่การหยุดหรือหลีกเลี่ยงการปฏิบัติหน้าที่ หากยังไม่มีคำสั่งหรือกระบวนการทางกฎหมายที่มีผลเป็นอย่างอื่น โดยหากการไม่ปฏิบัติหน้าที่ก่อให้เกิดความล่าช้าหรือความเสียหายต่อองค์กรและประโยชน์สาธารณะ อาจนำไปสู่การพิจารณาถึงหน้าที่และความรับผิดตามกฎหมายของผู้เกี่ยวข้องได้


