ปธ.กมธ.ป.ป.ช. โต้ “โรม” ปมโยง “อนุทิน” เอี่ยวสอบท้องถิ่น ชี้ ขบวนการเรียกรับเงินมีมาตั้งแต่ปี 62-64 เผย ศรีสะเกษ มีนายหน้าเรียก 5-8 แสน แลกตำแหน่ง จี้ สถ.ส่งรายชื่อผู้ถูกแก้คะแนน 5 พันกว่าราย ให้ 5 หน่วยงานตรวจสอบ สาวเส้นทางเงินถึงผู้ได้ประโยชน์ตัวจริง เผย ภท.เตรียมแก้กฎหมายปิดช่องทุจริตสอบทุกหน่วยงานรัฐ
วันนี้ (7 ส.ค.) นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงกรณี นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ตั้งข้อสังเกตเชื่อมโยง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับปัญหาการสอบท้องถิ่น หลังมีการเปลี่ยนผู้รับจ้างจัดสอบจากมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ปัญหาการทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น โดยการสอบปี 2562 และ 2564 มีมหาวิทยาลัยบูรพา และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้รับจ้างจัดสอบ ขณะที่ในปี 2566 ตนได้รับร้องเรียนจากประชาชนใน จ.ศรีสะเกษ ว่ามีนายหน้าเรียกรับเงินประมาณ 5-8 แสนบาท แล้วแต่ตำแหน่ง แลกกับการช่วยให้ได้รับบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น ทั้ง อบต.และเทศบาล
จากข้อร้องเรียนดังกล่าว ตนจึงนำประชาชนเข้าร้องเรียนต่อกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2567 ก่อนที่วันที่ 26 มกราคม 2567 จะมีการทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันตรวจสอบปัญหาการทุจริต
นายอาสพลธ์ ระบุว่า ในพื้นที่ศรีสะเกษมีผู้ที่อ้างว่าจ่ายเงินแล้วสอบไม่ผ่านเข้าแจ้งความแล้ว 19 คดี โดย 2 คดีถูกส่งให้อัยการแล้ว และจะมีเจ้าหน้าที่ส่วนกลางลงพื้นที่สอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม พร้อมระบุว่า หลังผู้ถูกกล่าวหาบางรายทราบว่าจะมีเจ้าหน้าที่ส่วนกลางลงพื้นที่ ได้มีการติดต่อเพื่อนำเงินไปคืนผู้เสียหาย
“สิ่งที่ผมพูดต้องการยืนยันว่า การโกงสอบท้องถิ่นเกิดขึ้นตั้งแต่อดีต แต่จับไม่ได้ การสอบปี 62 และ 64 จับไม่ได้ แต่การสอบปี 68 จับได้ ถือเป็นโอกาสที่ทำให้รู้ว่าขบวนการนี้มีอยู่จริง” นายอาสพลธ์ กล่าว
นายอาสพลธ์ กล่าวอีกว่า จากข้อมูลของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) พบผู้ถูกแก้ไขคะแนนรวม 5,925 ราย แบ่งเป็นผู้สอบตกแต่ถูกแก้คะแนนให้ผ่าน 5,145 ราย และผู้สอบผ่านอยู่แล้วแต่ถูกเพิ่มคะแนนให้สูงขึ้น 774 ราย โดยในกลุ่มหลังมี 97 รายได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นแล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้จะพบการแก้ไขคะแนน แต่กฎหมายปัจจุบันยังมีช่องว่าง เนื่องจากผู้ได้รับประโยชน์สามารถอ้างว่าไม่รู้เห็นกับการแก้คะแนนได้ หากไม่มีหลักฐานว่าจ่ายเงินหรือจูงใจเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการ จึงยังไม่สามารถเอาผิดได้ทันที
ด้วยเหตุนี้ พรรคภูมิใจไทยจึงอยู่ระหว่างยกร่างกฎหมายเพื่อปิดช่องว่างดังกล่าว โดยเสนอให้ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการทุจริตหรือแก้ไขคะแนน ไม่ว่าจะเป็นการสอบท้องถิ่น ตำรวจ ทหาร หรือหน่วยงานรัฐอื่น ต้องไม่ได้รับการบรรจุ และหากพิสูจน์ได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องรับผิดตามกฎหมาย รวมถึงผู้ให้ความช่วยเหลือด้วย
นายอาสพลธ์ ยังเรียกร้องให้ สถ.ส่งรายชื่อทั้ง 5,925 ราย ให้หน่วยงานที่ร่วมตรวจสอบตาม MOU ดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด โดยเฉพาะ ป.ป.ช. และ ปปง. เพื่อไล่เส้นทางการเงินและสาวไปถึงผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง รวมถึงบุคคลระดับสูงที่อาจเกี่ยวข้อง ไม่ควรหยุดการตรวจสอบเพียงผู้ลงมือแก้ไขคะแนน
ส่วนกรณี 97 ราย ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว หากท้ายที่สุดศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิด สถ.จะต้องดำเนินการเรียกเงินที่ได้รับไปคืน ขณะเดียวกัน อาจเกิดปัญหาตามมา เพราะกระบวนการคดีอาจใช้เวลา 3-5 ปี แต่บัญชีผู้สอบผ่านมีอายุเพียง 2 ปี ส่งผลให้ผู้สอบผ่านลำดับถัดไปเสียโอกาสและอาจฟ้องร้อง สถ.ได้ในอนาคต
เมื่อถามถึงการที่ฝ่ายค้านเชื่อมโยงคดีไปถึงฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะ นายอนุทิน นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายมีสิทธิตั้งข้อสงสัย แต่ข้อมูลในขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาและข้อสันนิษฐาน เนื่องจากกระบวนการเรียกรับเงินเกิดขึ้นมานานแล้ว จึงต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐาน
เมื่อถามย้ำว่า กมธ.ป.ป.ช. เชื่อว่า มีฝ่ายการเมืองหรือบุคคลระดับสูงเกี่ยวข้องหรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ข้อมูลขณะนี้ยังไปไม่ถึง แต่ตั้งข้อสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ระดับ 10 จะกล้าดำเนินการเรื่องใหญ่เช่นนี้เพียงลำพังหรือไม่ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบต่อไปถึงบุคคลระดับ 11 หรือสูงกว่านั้น รวมถึงผู้ที่อาจไม่ได้ลงมือเอง แต่รับรู้แล้วปล่อยให้เกิดการกระทำดังกล่าว
นายอาสพลธ์ ระบุว่า เชื่อมั่นว่า การทำงานของ ป.ป.ช. และ ปปง. จะทำให้ข้อเท็จจริงชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินเชิงลึก ซึ่งหากพบหลักฐานเชื่อมโยงก็จะนำไปสู่การอายัดทรัพย์และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป


