xs
xsm
sm
md
lg

กมธ.งบฯ 70 รุมบี้ สตช. ผบ.ตร.ลั่นปราบมือไถทำดีมีรางวัล ไม่ดีมีโทษ ชี้ “ป๋อง” ไม่ควรหลุดตั้งแต่คดีเก่า พ้อ ตร.ทุ่มเทแต่ถูกมองร้าย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กมธ.งบฯ 70 รุมชัก สตช. “ผบ.ตร.” ลั่นปราบตำรวจมือไถ ชูนโยบายทำดีมีรางวัล ทำไม่ดีมีโทษ ชี้ “ป๋อง” ไม่ควรพ้นโทษตั้งแต่คดีเก่า เปิดเบื้องหลังล่าโหด พ้อ ตำรวจถูกมองร้ายทั้งที่ทุ่มเทคลี่คลายคดี

วันนี้ (6 ส.ค.) ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ที่มี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธาน กมธ. เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณางบประมาณมาตรา 27 ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี โดยกรรมาธิการสอบถามถึงงบประมาณในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) KPI ของการดำเนินการ สวัสดิการของตำรวจชั้นผู้น้อย

ช่วงหนึ่ง น.ส.เพียงพนอ บุญกล่ำ กรรมาธิการ สอบถามถึงความกังวลต่อการติดตู้แดง ที่จะติดตั้งไว้ตามบ้าน ร้านค้า ชุมชน หรือจุดเสี่ยงเพื่อให้สายตรวจแวะมาลงลายมือชื่อและเวลาตรวจตราพื้นที่ เพื่อป้องกันโจรและอาชญากรรม

ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ชี้แจงว่า เรามีการปรับปรุงนำตู้แดงไปติด โดยจะมีการวางมาตรฐานป้องกันการเรียกรับเงินจากประชาชน เรามีความกังวลเรื่องนี้มาก และต้องการทำงานด้วยความเป็นตำรวจที่จะบริการประชาชนจากเนื้อใน แต่ไม่ได้ให้ตำรวจบริการประชาชนจากผลประโยชน์ที่จะได้รับ นี่เป็นเป้าประสงค์ที่ตนต้องการ และอะไรที่เป็นเรื่องไม่ดีไม่ฃาม ตนพร้อมรับไปแก้ไขแต่ขอให้มีข้อมูลส่งมาให้เราว่าตำรวจคนไหนยังมีพฤติกรรมเช่นนี้อยู่

“ผมตั้งปณิธานตัวเองว่าในเมื่อขึ้นมาเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กร 1. ต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง 2. จะเห็นได้จากนโยบายที่ผมมอบให้ทั้ง 2 ปีนี้ คนดีทำดีมีรางวัล ทำไม่ดีมีโทษ แม้จะเป็นประโยคสั้นๆ แต่ผมทำเรื่องนี้มาตลอด ไม่หวั่นวิตกผลกระทบว่าจะเป็นศัตรูกับใคร” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าว

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องเบี้ยเลี้ยงตำรวจชั้นผู้น้อยนั้น ตั้งแต่ที่ตนรับตำแหน่ง ผบ.ตร.มาก็ได้มีการสั่งการเรื่องเหล่านี้ ซึ่งตนเหลือเวลาดำรงตำแหน่งอีกเดือนกว่า แต่เป็นหน้าที่ของผู้บริหารระดับสูงที่ยังดำรงอยู่และต่อไปในอนาคตต้องคิดถึงจุดนี้ที่จะทำให้ตำรวจชั้นประทวน รองสารวัตร จนถึงสารวัตรอย่างน้อยมีเบี้ยเลี้ยงในฝันของตน ชั้นประทวน รองสารวัตร 1,200 บาท ส่วนสารวัตร 1,500 บาท ซึ่งสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นตนเคยคำนวณแล้ว 1 ปี ใช้งบประมาณ 1 พันล้านเศษๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้บริหารต้องนำไปคิดต่อ เพราะแม้สำหรับพวกเราจะแค่ 1,000 บาท แต่สำหรับครอบครัวเขามีความหมายมาก

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องนายป๋องที่เกิดขึ้น ตนได้ลงไปดูด้วยตัวเอง นายป๋อง ติดคุกมาก่อน 10 ปีที่แล้วเพิ่งพ้นโทษมา พูดกันตรงๆ ไม่น่าพ้นโทษมาตั้งแต่ข้อหาที่แล้วเรื่องพยายามฆ่าและยาเสพติด แต่เมื่อพ้นโทษมาก็เรื่องความเก่าๆ กับคู่กรณี จนกระทั่งสมัครพรรคพ้องแล้วไปก่อเหตุกัน แต่ใครที่ไปตามเรื่องสองพี่น้องรัสเซียก็ตำรวจ แต่แนวทางเรื่องบุคคลสูญหายเรามีข้อจำกัด แต่จะรับข้อห่วงใยของกรรมาธิการไปปรับปรุง โดยเฉพาะเรื่องการแจ้งญาติทราบว่าเราดำเนินการถึงไหน อย่างไร เราทำกันมาตลอด

“เช่น เรื่องครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งสามก่อนหน้านี้ ในวันที่ชาวรัสเซียหาย เราก็ทำเหมือนที่เราทำ แต่จุดกำเนิดของเรื่องนี้ คือ รถจักรยานยนต์เช่า เรามีจุดเล็กๆ ที่เราสามารถทำต่อได้และเราเดินต่อ แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน ทำให้เป็นข้อจำกัดในการสืบสวน ซึ่งขอไม่นำเรียน แต่เรื่องของเด็กชาวรัสเซียเราสืบจากรถจักรยานยนต์ที่เช่าไป มีการไล่ตัวตั้งแต่ชลบุรีระยอง จันทบุรี และสระแก้ว หลายคนไม่รู้ว่าเราใช้ความพยายามแค่ไหนในการตามแต่ละช่วง เช่นเดียวกับงบประมาณที่เราได้รับถึงน้อยแต่ก็คือความพยายามและตัวตนของตำรวจที่ต้องทำให้ได้ เพราะเรารู้ตัวแล้วจนกระทั่งไปตามตัวได้ที่สระแก้ว ด้วยสถานการณ์เวลานั้นและความเจนจัดของผู้ก่อเหตุ เราเป็นและมีการนำตัวมาดำเนินคดี แม้ว่าผู้ก่อเหตุจะมีระเบิด ฉะนั้น จึงขอขอบคุณกรรมาธิการที่มีความห่วงใย การทำงานของตำรวจ” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าว

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวต่อว่า วันนั้นหากมีการต่อสู้เราจะไม่สามารถทราบได้เลยว่าสองชาวรัสเซียอยู่ที่ไหน และผู้เสียชีวิตก่อนหน้านี้อยู่ที่ไหน ตนคิดว่าสิ่งที่ซ่อนเร้นและสิ่งที่เรามองไม่เห็นอาจจะบอกเราก็ได้ เพื่อที่ทำให้เราได้ตัวมา จนกระทั่งผู้ต้องหาสารภาพและตำรวจก็ไปค้นหาร่างผู้เสียชีวิต ขอแสดงความเสียใจต่อญาติด้วย

“ผมรู้สึกสงสารลูกน้องกับกระแสสังคมที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ กลายเป็นว่าตำรวจไม่ดีเสียอย่างนั้น แต่เขาไม่เห็นความทุ่มเทที่เราทำ มีการบอกว่าตำรวจไปใช้ผู้ต้องหาเป็นนิ้วเป็นสายเราไม่ว่ากัน ผมไม่ว่าใคร ขณะนี้มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาไปออกรายการแล้วบอกว่าตำรวจไปใช้เขา จ้างวานซื้อขายยา ผมจึงบอกว่าไม่ต้องไปตอบโต้ แต่ให้ไปนำข้อมูลมาดูเพื่อจะตรวจสอบข้อเท็จจริงและเราต้องทำตรงไปตรงมาหากตำรวจไม่ผิด ผู้ให้ข้อมูลต้องรับผิดชอบทางกฎหมายเช่นกัน” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าว