“อนุทิน” ถก “มิน ออง ไลง์” ชูวิสัยทัศน์ “เศรษฐกิจต้องเดินหน้า” ในงาน Thailand-Myanmar Business Forum 2026 เล็งอัดฉีดความร่วมมือการค้า-ลงทุนเต็มสูบ ตั้งเป้าดันมูลค่าการค้าแตะ 1.2 หมื่น ล.ดอลลาร์ ไฟเขียวเปิดสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 (แม่สอด-เมียวดี) ให้กลับมาใช้งานเต็มรูปแบบ
วันนี้ (6 ส.ค.) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อเวลา 14.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ นายมิน ออง ไลง์ (H.E. Mr. Min Aung Hlaing) ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้าร่วมและกล่าวสุนทรพจน์ในงาน Thailand-Myanmar Business Forum 2026 ณ ห้อง Plenary Hall ชั้น 1
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มิงกะลาบา สวัสดีครับ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับประธานาธิบดี เปิดงาน Thailand-Myanmar Business Forum 2026 และได้พบกับผู้แทนภาครัฐภาคเอกชนและผู้ประกอบการจากทั้งสองประเทศในวันนี้
ไทยและเมียนมา พร้อมก้าวไปสู่บทใหม่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจตั้งอยู่บนความเชื่อมั่นความไว้วางใจและผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ
ในฐานะผู้นำรัฐบาลผมมีความเชื่ออยู่เสมอ ว่า ไม่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองทั้งภายในหรือภายนอกประเทศจะเป็นเช่นไรหน้าที่ของรัฐบาล คือ ทำให้ประชาชนยังอยู่ดีกินดีสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยมั่นคง มีงานทำมีรายได้ และมีความหวังในอนาคตเศรษฐกิจต้องสะดุด ธุรกิจต้องเดินหน้า และนั่นคือ สิ่งที่เรามุ่งหวังและทำร่วมกัน
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ภาคเอกชนของไทยและเมียนมาเป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศสร้างการลงทุนสร้างการจ้างงานและสร้างโอกาสให้กับผู้คนจำนวนมาก
ปัจจุบันเมียนมาเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย โดยมีมูลค่าทางการค้าระหว่างกันกว่า 7,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่ายังมีโอกาส และยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก ขณะเดียวกันการลงทุนของไทยในเมียนมาก็ครอบคลุมทั้งภาคพลังงานอุตสาหกรรมการผลิตคมนาคมโลจิสติกส์ การสื่อสารอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยว ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว
ผมขอถือโอกาสเรียนให้ทุกท่านทราบว่าในการหารือระหว่างผมกับประธานาธิบดีในวันนี้เราได้เห็นพ้องกันที่จะเดินหน้าความร่วมมือในหลายเรื่องอย่างเป็นรูปธรรม
ด้านการค้า เรามีความยินดีที่สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ที่ แม่สอด-เมียวดี ได้กลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง และจะร่วมร่วมกันแก้ไขอุปสรรคด้านกฎระเบียบต่างๆ เพื่อการค้าผ่านเส้นทางสำคัญแห่งนี้กลับมาดำเนินได้อย่างเต็มศักยภาพโดยเร็วที่สุด
เราจะพิจารณาการเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มเติมในพื้นที่ที่สถานการณ์เอื้ออำนวย เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าชายแดนให้กับประชาชนของสองฝั่ง
ผมและประธานาธิบดีมีความตั้งใจร่วมกันที่จะทำให้บรรยากาศการค้าของเมืองชายแดนไทย-เมียนมา กลับมาคึกคักอีกครั้งภายในปีนี้ และประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมด้านการค้าระหว่างรัฐมนตรีพาณิชย์ของทั้งสองประเทศ เพื่อผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกัน สู่เป้าหมาย 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้ได้โดยเร็ว
ด้านการลงทุน ผมได้ยืนยันกับประธานาธิบดี ว่า ภาคเอกชนไทยยังคงมีความเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาวของเมียนมาและพร้อมขยายการลงทุนในทุกสาขาที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
รัฐบาลเราจะทำหน้าที่สนับสนุนภาคธุรกิจอย่างเต็มที่โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันลดอุปสรรคลดขั้นตอนและปรับปรุงกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถลงทุนขยายกิจการและสร้างงานได้อย่างเต็มศักยภาพ
ด้านพลังงาน เราจะเดินหน้าสานต่อโครงการความร่วมมือที่มีอยู่และเร่งรัดกระบวนการต่างๆ ที่จำเป็น เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ เราจะจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันด้านการส่งเสริมความเชื่อมโยง เพื่อผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์รวมถึงการปรับกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกันมากยิ่งขึ้นต่อไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า โลกในวันนี้กำลังปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ ประเทศที่สามารถเชื่อมโยงผู้คน การค้าและการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นประเทศที่ได้รับโอกาสก่อน สามารถถ่ายและเมียนมารวมกันได้เราสามารถที่จะใช้เส้นทางคมนาคมได้ และเป็นกำลังสำคัญ ภาคเอกชนจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสู่โอกาสเหล่านี้ รัฐบาลของเราทั้งสองฝ่ายพร้อมสนับสนุนให้ภาคธุรกิจหอการค้าและผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเปลี่ยนโอกาสให้เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้
การจัดงาน Thailand-Myanmar Business Forum 2026 ในวันนี้ จึงเป็นมากกว่าเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือและความเปลี่ยนแปลงที่ภาครัฐและภาคเอกชนจะร่วมกันสร้างเพื่ออนาคตทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ
ผมขอขอบคุณสมาคมไทย-พม่า เพื่อมิตรภาพตลอดจนทุกหน่วยงานของทั้งสองประเทศที่ร่วมกันจัดงานในวันนี้และขออวยพรให้การจัดงานประสบความสำเร็จ ส่งผลถึงเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน ของทั้งไทยและเม้นมาต่อไป
โดย นายอนุทิน ได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยภาษาพม่า ว่า “เจซุนเตบาเต” ขอบคุณ


