ประธาน กมธ.พาณิชย์ ชื่นชมรัฐบาล “อนุทิน” รับฟังข้อมูลจากทุกภาคส่วน จนแก้ปัญหาภาคเกษตรได้ตรงจุด ดันราคาปาล์ม-ยางพารา พุ่งขึ้นต่อเนื่อง เกษตรกรเริ่มยิ้มได้
วันนี้ (6 ส.ค.) นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร ว่า ขณะนี้ภาพรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะปาล์มน้ำมันและยางพาราที่มีราคาปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากการบริหารงานของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรอย่างใกล้ชิด
นายสัมฤทธิ์ กล่าวต่อว่า คณะกรรมาธิการได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรและผลกระทบจากภาวะสงคราม เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยราคาปาล์มน้ำมันปัจจุบันอยู่ที่กว่า 7 บาทต่อกิโลกรัม ถือเป็นระดับที่เกษตรกรสามารถอยู่ได้ แม้ต้นทุนด้านปุ๋ยและพลังงานจะปรับตัวสูงขึ้น ส่วนยางพาราก็ยังทรงตัวในระดับที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คณะกรรมาธิการมีความกังวลมากที่สุดในขณะนี้ คือ ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าว และมะพร้าว โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่กำลังเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวหลังวันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่มีการนำเข้าข้าวโพดและข้าวสาลีจากสหรัฐอเมริกาตามโควตา ภายใต้ข้อตกลงทางการค้า
นายสัมฤทธิ์ ระบุว่า แม้รัฐบาลจะมีประกาศกำหนดราคารับซื้อขั้นต่ำข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แห้งที่ความชื้นไม่เกิน 14.5% ไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 9.80 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน แต่สิ่งสำคัญคือโรงงานอาหารสัตว์ต้องยังคงรับซื้อผลผลิตภายในประเทศตามปกติ ไม่ปฏิเสธการรับซื้อ แม้จะมีสินค้านำเข้าเข้ามาแข่งขัน เพราะหากโรงงานหยุดรับซื้อ จะส่งผลให้พ่อค้าคนกลางกดราคารับซื้อจากเกษตรกรเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ยังแนะนำให้เกษตรกรในพื้นที่ที่เหมาะสมหันมาปลูกข้าวหอมมะลิมากขึ้น เนื่องจากเป็นสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูงและมีตลาดรองรับ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ขณะที่ข้าวขาวยังต้องแข่งขันกับประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนาม ซึ่งมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าไทยจากระบบชลประทานและผลผลิตต่อไร่ที่สูงกว่า
นายสัมฤทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า แนวโน้มราคาสินค้าเกษตรโดยรวมยังเป็นไปในทิศทางที่ดี พร้อมชื่นชม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญกับการติดตามข้อมูลและรับฟังข้อเสนอจากทุกภาคส่วน โดยคณะกรรมาธิการจะทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์และส่งต่อข้อมูลจากพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในการดูแลผลประโยชน์ของเกษตรกรอย่างใกล้ชิดต่อไป


