xs
xsm
sm
md
lg

“หมอเปรม” จี้ “อนุทิน” เร่งส่งมติ กก.สรรหาชี้ “หมอสรณ” ขาดคุณสมบัติ กสทช.เข้าที่ประชุมวุฒิฯ พร้อมแนะล้างไพ่ตัดวงจรขัดแย้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“หมอเปรม” จี้ “อนุทิน” เร่งส่งมติ กก.สรรหา กสทช.ชี้ “หมอสรณ” ขาดคุณสมบัติ เข้าที่ประชุมวุฒิสภา พร้อมเสนอ “ล้างไพ่” ยุบบอร์ด กสทช. ทั้ง 7 คน สรรหาใหม่ทั้งชุด ตัดวงจรความขัดแย้ง

วันที่ 6 สิงหาคม ที่รัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติวินิจฉัยว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ขาดคุณสมบัติ ว่ามติดังกล่าวอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย และอาจสร้างปัญหาความชอบธรรมให้กับกระบวนการทั้งหมด

นพ.เปรมศักดิ์ ตั้งข้อสังเกตว่า ในการประชุมมี นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ เข้าร่วมลงมติ ทั้งที่ไม่ได้เป็นกรรมการสรรหาชุดเดิม ขณะเดียวกัน นายเกียรติพงษ์ อมาตยกุล ผู้แทนศาลฎีกา ก็ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องคุณสมบัติ เนื่องจากมีอายุเกิน 70 ปีบริบูรณ์ จึงเห็นว่าประเด็นดังกล่าวอาจทำให้มติของคณะกรรมการสรรหามีปัญหาทางกฎหมายและความชอบธรรม

สว.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ความขัดแย้งเรื่อง กสทช. จะไม่สิ้นสุด หากปล่อยให้คณะกรรมการสรรหายืนยันว่าตนเองมีอำนาจชี้ขาด โดยขณะนี้สายตาทั้งหมดจับไปที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งก่อนหน้านี้เคยระบุว่าจะส่งเรื่องให้วุฒิสภาพิจารณา จึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งดำเนินการ และขอให้ประธานวุฒิสภาไม่นำเรื่องออกนอกกระบวนการของวุฒิสภา ด้วยการส่งกลับไปให้รัฐบาลดำเนินการทูลเกล้าฯ โดยตรง

นพ.เปรมศักดิ์ เสนอว่า หากนายกรัฐมนตรีต้องการยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและฟื้นความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระ ควรใช้อำนาจตามกฎหมายยุบคณะกรรมการ กสทช. ทั้ง 7 คน และเปิดกระบวนการสรรหาใหม่ทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่ากรรมการชุดปัจจุบันเหลือวาระเพียงประมาณ 1 ปีเศษ การเริ่มต้นใหม่จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดต่อประเทศ

“ผมเสนอให้นายกฯ ล้างไพ่เลย ยุบ กสทช. ทั้ง 7 คน แล้วสรรหาใหม่ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อได้ และประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

เมื่อถูกถามว่าการยุบ กสทช. จะทำได้จริงหรือไม่ เพราะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดเรื่องผลประโยชน์มหาศาลในองค์กร นพ.เปรมศักดิ์ ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีมีอำนาจตามกฎหมาย หากกล้าตัดสินใจ พร้อมเตือนว่าหากปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อ องค์กรจะยังเผชิญภาวะตัดสินใจไม่ได้เพราะปัญหาองค์ประชุม และสุดท้ายผู้ที่เสียประโยชน์คือประเทศและประชาชน