กมธ.ป.ป.ช. กัดไม่ปล่อย โกงสอบท้องถิ่น ประชุมร่วม ปปง. “อาสพลธ์” ชี้ เส้นเงิน 200 รายชื่อ ถึงมือ ป.ป.ช.เรียบร้อย กล่อม ขรก.ระดับสูง โอกาสสุดท้ายซัดทอดคนบ่งการตัวจริงได้ ด้าน เลขาธิการ ปปง. แย้ม การดำเนินคดีอาจไม่ตรงใจสังคม
วันนี้ (4 ส.ค.) เวลา 13.45 น. คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมคณะ เดินทางยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายมาตรการและแนวทางดำเนินงานด้านความร่วมมือการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยมี นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. นายวิทยา นีติธรรม รองเลขาธิการ ปปง. พร้อมด้วย คณะผู้บริหารของสำนักงาน ร่วมให้การต้อนรับ และให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ
คณะกรรมาธิการได้สอบถามหลายประเด็น อาทิ นอมินีต่างชาติ พนันออนไลน์ การทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น เป็นต้น รวมถึงสอบถามการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ ปปง. และยังฝากให้ ปปง.ช่วยรักษาข้อมูลและป้องกันการแฮกชั้นความลับของคดีต่างๆ ที่ดูแลตรวจสอบด้วย
ด้าน เลขาธิการ ปปง. เปิดเผยตอนหนึ่งถึงการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ว่า ป.ป.ช.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำงานเรื่องนี้ ยืนยันว่า ขับเคลื่อนอย่างเต็มที่และอีกไม่นานจะได้เห็นเป็นรูปธรรม แต่ขอแจ้งตามตรงว่า การดำเนินคดีกับกระแสสังคมในขณะนี้อาจไม่เหมือนกัน
นอกจากนี้ ทางเลขาธิการ ปปง. ยังระบุว่า ขณะนี้มีการปรับปรุงแก้กฎหมาย เพื่อเพิ่มมูลฐานความผิด นอกจากตอบโจทย์การป้องกันการฟอกเงินให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลแล้ว ยังเป็นการตัดวงจรนอมินีต่างชาติได้อีกด้วย จึงอยากให้ฝ่ายนิติบัญญัติช่วยสนับสนุนและผลักดันการแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้ให้สำเร็จด้วย
ด้าน นายอาสพลธ์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับ ปปง. ว่า วันนี้ ทางคณะกรรมาธิการได้เตรียมคำถามมาทั้งหมด 23 ข้อ เพื่อสอบถามกับสำนักงาน ปปง. ซึ่งได้ความรู้เป็นอย่างดี และใช้ประกอบการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการต่อไป โดยหลักๆ สอบถามเกี่ยวกับนอมินีต่างชาติ และการทุจริตสอบท้องถิ่น โดยเฉพาะกรณีของการทุจริตสอบท้องถิ่น ในส่วนของ 200 รายชื่อ เลขาธิการ ปปง. ยืนยันว่า ได้รับการร้องขอจาก ป.ป.ช.จริง และทาง ปปง.ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินเรียบร้อยแล้ว แต่รายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่สามารถบอกได้ เพราะอาจจะขัดกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ทาง ปปง. ก็ได้พูดว่าเป็นรายชื่อตามที่ปรากฏ และเป็นบุคคลที่ตำรวจสอบสวนกลางฝากขังไว้ ส่วนกรณีผู้สอบจำนวน 5,925 ราย ทาง ปปง. ระบุว่า ตามกฎหมายกำหนดให้ดำเนินการภายใน 120 วัน แต่ในภาคปฏิบัติ เลขาธิการ ปปง. ยืนยันว่า ใช้ไม่ถึง
เมื่อถามว่า ท้ายที่สุดการตัดสินคดีไม่เป็นไปอย่างที่กระแสสังคม เชื่อว่า มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องจะเกิดการตั้งคำถามถึงกระบวนการสอบสวนที่ไม่น่าเชื่อถือหรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ตามข้อมูลล่าสุดทราบว่า คนที่เกี่ยวข้องกระทำความผิด คือ ข้าราชการระดับสูง ตนคิดว่า อยู่ที่ ป.ป.ช และข้าราชการระดับสูง วันนี้ไม่มีใครช่วยได้นอกจากตัวเอง มีช่องทางในการประกันตัวเป็นพยาน วันนี้หากคิดว่านี่คือโอกาสสุดท้ายก็อยากให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องคว้าเอาไว้ หวังว่า ข้าราชการระดับสูงจะสามารถซัดทอดคนที่อยู่ในระดับสูงขึ้นไปได้ แต่ถ้าเส้นเงินหรือธุรกรรมต่างๆ ส่งผลไปยังผู้ที่อยู่ในระดับบนได้ ปปง. ก็ต้องแจ้งป.ป.ช. อย่างแน่นอน


