ศาล ปค.ยกคำร้อง “หมอสรณ” ขอไต่สวนเร่งด่วน ปมถูกให้พ้น ปธ.กสทช. ชี้ ไม่มีเหตุจำเป็น “หมอสุภัทร” จี้ นายกฯ ทูลเกล้าฯ ปลดได้ทันที “วัส” ย้ำ มติ กก.สรรหา กสทช.เป็นที่สุด ชี้ หลักฐานชัดขาดคุณสมบัติแต่ต้น
วันนี้ (4 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นคดีหมายเลขดำที่ 1455/2569 เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่ 1/2569 ที่วินิจฉัยว่า นพ.สรณมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์รับค่าตอบแทนรายชั่วโมง เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น คำฟ้องดังกล่าวยังได้มีการขอให้ศาลออกนั่งพิจารณาคดีและไต่สวนโดยเร่งด่วน รวมถึงมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองด้วย ปรากฏว่า
ศาลเห็นว่า คำขอเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาในกรณีนี้ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสั่งโดยเร่งด่วน จึงมีคำสั่งยกคำร้อง
ส่วนความคืบหน้าในคดี ยังไม่ออกคดีหมายเลขแดง ยังอยู่ในกระบวนการแต่งตั้งองค์คณะตุลาการศาลปกครองเจ้าสำนวนของอธิบดีศาลปกครองกลางเพื่อพิจารณาคดีตามกระบวนการพิจารณาคดีศาลปกครองว่าจะรับฟ้อง หรือไม่รับฟ้อง และศาลจะพิจารณา หรือมีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราว ก่อนการพิพากษาของผู้ฟ้องคดีต่อไปต่อไป
นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาประธาน กมธ.พัฒนาการเมือง กล่าวว่า โดยหลักของกฎหมาย หากศาลปกครอง รับคำร้อง และมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว การที่นายกรัฐมนตรี จะทูลเกล้าฯ ก็ต้องชะลอไว้ก่อน แต่หากในทางตรงข้าม ศาลปกครองไม่สั่งคุ้มครองชั่วคราว นายกรัฐมนตรี ก็สามารถยื่นทูลเกล้าฯ ปลด นพ.สรณ ได้ทันที เพราะผลสรุปของคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 1 ที่มี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ได้พิจารณาแล้ว เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา โดยเห็นด้วยกับ คณะกรรมการสรรหา กสทช. ว่า มีอำนาจในการพิจารณาคุณสมบัติ นพ.สรณ และเห็นว่า คำวินิจฉัยของกรรมการสรรหาฯ เป็นที่สุด ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 1 เคยตีความไว้ ดังนั้น คงต้องรอดู ว่า นายกรัฐมนตรี จะยื่นทูลเกล้าฯ เลยหรือไม่ หรือต้องรอดูคำสั่งศาลปกครอง ซึ่งคาดว่าไม่น่าเกินสัปดาห์นี้จะรู้ผล
“คุณหมอสรณ เอง ควรหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว เพราะคุณหมอสรณ ไม่มีคุณสมบัติตั้งแต่ต้น ในการทำหน้าที่ ประธาน กสทช. และวันที่ 5-6 ส.ค.นี้ จะมีการประชุม กสทช. ก็คงจะวุ่นวาย ประชุมไม่ได้อีกเหมือนครั้งที่แล้ว วาระต่างๆ ก็คงค้าง ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ โดยเฉพาะโรดแมปทีวีดิจิทัล ที่สังคมจับตาดู” นพ.สรณ กล่าว
ด้าน นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และนักวิชาการอิสระ มองว่า การที่ นพ.สรณ ไปยื่นศาลปกครอง เพื่อขอให้คุ้มครองชั่วคราว กรณีมติกรรมการสรรหา กสทช. มองว่า เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่ว่า ศาลจะรับคำร้องและสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ หากศาลไม่สั่งคุ้มครองชั่วคราว ก็ถือเป็นอันชัดเจน ในข้อเท็จจริงทุกอย่างแล้ว ตามที่ คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ ถือเป็นผู้สละสิทธิ์ เพราะข้อเท็จจริงมันชัดเจนว่า นพ.สรณ รับเงินเดือนซ้อน เป็นลูกจ้างในฐานะแพทย์ และเพิ่งมาลาออกในวันที่ 12 เม.ย. 65 ก่อนวันโปรดเกล้าฯ เพียงวันเดียว คือวันที่ 13 เม.ย. 65 ดังนั้น เท่ากับว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติแต่แรก และคำวินิจฉัย ของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ถือเป็นที่สุด นพ.สรณ ควรต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้องค์กร กสทช. เดินหน้าต่อไปได้


