สว.สำรอง กดดัน กกต. ส่งฟ้อง 229 คดีฮั้ว สว. ต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งภายในเดือนนี้ ท้าเปิดหีบเทียบ โพยใบสั่ง-CCTV 3 พันใบ เตือนองค์กรอิสระต้องทำหน้าที่อิสระ สุจริต ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลผู้มีอำนาจ โดยเฉพาะผู้มีอำนาจที่ชอบใส่กางเกงขาสั้น ย้ำ ยกคำร้องเจอถูกดำเนินคดีแน่
วันนี้ (3 ส.ค.) กลุ่ม สว.สำรอง นำโดย นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง พร้อมด้วย นายดิเรก พรสีมา, นายอรัญ บุญเรือง และ นายชาตวิทย์ มงคลแสน อดีตผู้สมัคร สว. ในฐานะตัวแทนกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองและผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้ง เดินทางมายื่นหนังสือต่อ กกต.ติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดการดำเนินคดีทุจริตคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ยืดเยื้อมานานร่วม 2 ปี เนื่องจากเห็นว่า พฤติการณ์ดังกล่าวของ กกต.เข้าข่ายกระบวนการล้มล้างการปกครองที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอำนาจอธิปไตย 3 ฝ่าย
โดย นายอัครวัฒน์ แถลงเรียกร้องให้ กกต. เร่งสรุปสำนวนการสอบสวน โดยนำสำนวนของคณะสืบสวนไต่สวน ชุดที่ 26 มาเป็นหลักพิจารณา เพื่อส่งเรื่องต่อไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งภายในเดือนนี้ พร้อมย้ำว่า องค์กรอิสระต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม ไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของผู้มีอำนาจ
“หาก กกต. พยายามยกคำร้องหรือเป่าคดีผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 ราย โดยอ้างว่า ไม่มีมูลความจริง ภาคประชาชนและอดีตผู้สมัคร สว. ได้เตรียมร่างคำฟ้องทางกฎหมายเพื่อดำเนินคดีต่อ กกต. ไว้เรียบร้อยแล้ว”
นอกจากนี้ ยังระบุว่า องค์ประกอบคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 เป็นข้าราชการและผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งบุคคล เอกสาร และนิติวิทยาศาสตร์ไว้อย่างแน่นหนาก่อนจะมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าควรฟ้องผู้กระทำผิด 229 คน แต่ปัจจุบันเมื่อการพิจารณามาถึงชั้นของกกต.กลับพบพฤติการณ์ยื้อเวลาอย่างน่าสงสัย
ส่วนกรณีที่ กกต. เคยระบุว่า การนำโพยเข้าไปไม่ผิดกฎหมาย โดยอ้างคำวินิจฉัยศาลปกครองและศาลฎีกานั้น นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองเฉพาะข้อ 7, 8 และ 11 ซึ่งอนุญาตให้นำเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร (สว.3) ติดตัวเข้าคูหาได้เท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าศาลอนุญาตให้ทำ โพยใบสั่ง หรือจัดฉากฮั้วเลือกตั้ง
“การแอบเขียนรายชื่อไว้หลังเอกสาร สว.3 มีการจ้างวาน ขนคน จัดหาเทรนเนอร์มาติวเข้ม วาดตาราง แนะนำตัว และจ่ายเงินตอบแทนเพื่อแลกกับการลงคะแนน อย่างนี้เขาเรียกว่า โพยใบสั่ง เชื่อว่า ไม่มีศาลที่ไหนตัดสินว่าทำได้ หากทำได้ การเลือกตั้งในไทยก็ไม่ต้องรณรงค์กันแล้ว ใครมีเงินก็เอามาแจก เอามาจ่าย ใครให้มากก็เลือก จะเอาอย่างนั้นกันเลยใช่ไหม” นายอัครวัฒน์ กล่าวและว่า กกต. กำลังบิดเบือนข้อเท็จจริง แม้กระทั่งคำสั่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่อ้างว่า โพยไม่ผิด ก็อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ คดียังไม่ถึงที่สุด พร้อมท้าให้ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. หรือประธาน กกต. ออกมาแถลงยืนยันกับประชาชนให้ชัดเจนว่า การจ้างเขียนโพย บล็อกโหวต หรือฮั้วเลือก สว. สามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมายจริงหรือไม่
คดีฮั้ว สว.ล่าช้ามานานกว่า 2 ปี ทั้งที่มีหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) และข้อมูลบัตรลงคะแนนมากกว่า 3,000 ใบ ที่แสดงให้เห็นว่า มีการลงคะแนนซ้ำตามหมายเลขโพยตั้งแต่วันที่ 24-25 มิ.ย. จนถึงวันเลือกจริง 26 มิ.ย. 2567 หาก กกต. ยืนยันจะไม่เปิดหีบบัตรเพื่อพิสูจน์ความจริง ก็ขอให้เก็บบัตรเลือกตั้งเหล่านั้นไว้ อย่าทำลายทิ้ง เอาไปพับเป็นดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในงานสำคัญของผู้มีอำนาจที่ครอบงำ กกต. อยู่จะดีกว่า อย่าลืมว่า เงินเดือน สวัสดิการ และบำนาญ ของ กกต.ที่ได้รับนั้น มาจากภาษีประชาชนกว่า 60 ล้านคน จึงควรรักษาเกียรติยศและทำหน้าที่เพื่อประชาชน ผมมีความเชื่อมั่นว่า กระแสคอร์รัปชันและการทุจริตในระบบราชการที่เกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้าจะทำให้ผู้มีอำนาจอยู่ได้ไม่นาน และอาจต้องหมดวาระลงภายในช่วงเดือนสิงหาคมนี้หากผู้มีอำนาจไม่อยู่ก็จะไม่มีใครติดคุกแทน เพราะฉะนั้นอย่าเอาอนาคตของตัวเองมาเสี่ยงหรืออย่าให้ใครมาครอบงำ โดยเฉพาะผู้มีอำนาจที่ชอบใส่กางเกงขาสั้น”


