xs
xsm
sm
md
lg

“กรวีร์” เผย อปท.เงินสะสมหลายแสน ล. แนะรัฐหามาตรการจูงใจใช้พัฒนาพื้นที่ ปลดล็อกท้องถิ่นบริหารงบคล่องตัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สส.ภท. เผย อปท.ทั่วประเทศ มีเงินสะสมรวมกันหลายแสน ล. เสนอรัฐบาลเร่งหามาตรการจูงใจให้นำเงินออกมาใช้พัฒนาพื้นที่ พร้อมปลดล็อกกรอบอำนาจให้ท้องถิ่นบริหารงบได้คล่องตัว ลดการของบโครงการเล็กจากส่วนกลาง และผลักดันโครงการขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์ประชาชน

วันนี้ (3 ส.ค.) นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการท้องถิ่น เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล และเงินอุดหนุนที่จัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เปิดเผยถึงการพิจารณางบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ว่า การประชุมในวันนี้เป็นการประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากมีเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วประเทศเข้าร่วมจำนวนมาก และคาดว่า จะดำเนินการได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด

นายกรวีร์ กล่าวว่า ปีนี้ต้องขอบคุณสำนักงบประมาณที่กลั่นกรองโครงการมาได้ค่อนข้างดี ทำให้โครงการขนาดเล็กวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ลดลงอย่างมาก ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของคณะอนุกรรมาธิการที่ต้องการให้การใช้งบประมาณเกิดความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใด มีเงินสะสมจำนวนมาก คณะอนุกรรมาธิการจะเสนอให้ใช้เงินสะสมของตนเองก่อน แทนการของบประมาณจากส่วนกลาง โดยเฉพาะกรณีที่มีเงินสะสมหลักหลายสิบล้านบาท แต่กลับเสนอของบโครงการเพียง 200,000-300,000 บาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเสนอให้ปรับลด และใช้เงินของท้องถิ่นดำเนินการเอง

นายกรวีร์ กล่าวว่า จากการพิจารณาพบว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศมีเงินสะสมรวมกันเป็น “หลักหลายแสนล้านบาท” จึงเห็นว่า ประเด็นนี้ควรถูกหยิบยกเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ เพื่อหาแนวทางหรือมาตรการกระตุ้นให้ท้องถิ่นนำเงินสะสมออกมาใช้ประโยชน์มากขึ้น

“อาจใช้รูปแบบร่วมลงทุน โดยท้องถิ่นออกงบประมาณบางส่วน และรัฐบาลสนับสนุนผ่านเงินอุดหนุนเฉพาะกิจอีกบางส่วน เพื่อให้เกิดโครงการขนาดใหญ่ที่เกินศักยภาพของท้องถิ่นจริงๆ ไม่ใช่ใช้งบส่วนกลางกับโครงการขนาดเล็กที่ท้องถิ่นสามารถดำเนินการเองได้” นายกรวีร์ กล่าว

นายกรวีร์ ยังฝากข้อเสนอไปถึงรัฐบาลให้เร่งทบทวนและปลดล็อกกรอบอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สามารถใช้เงินของตนเองได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น และมีอิสระในการแก้ไขปัญหา รวมถึงพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในแต่ละท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ