xs
xsm
sm
md
lg

เครือข่ายประชาชนบุกสภาฯ จี้รัฐปราบอาชญากรรมสะเทือนขวัญจริงจัง ประหารคนทำผิด งดลดโทษ-พักโทษผู้ก่อคดีโหด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เครือข่ายภาคประชาชนบุกสภาฯ จี้รัฐเอาจริงกับอาชญากรรมสะเทือนขวัญ เรียกร้องคงโทษประหารชีวิต ยกเลิกลดโทษ-พักโทษผู้ก่อคดีโหด พร้อมดันปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ขณะที่พรรคเศรษฐกิจประกาศชงแก้กฎหมายทันที

วันนี้ (3 ส.ค.) พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา พร้อมด้วย นายคริส โปตระนันทน์ สส.พรรคเศรษฐกิจ รับหนังสือจากนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม และเครือข่ายภาคประชาชนหลายองค์กร อาทิ มูลนิธิองค์กรทำดี สายไหมต้องรอด มูลนิธิเป็นหนึ่ง กลุ่มไทยไม่ทน กลุ่มจ่าคิงส์ สะพานใหม่ ชมรมมุสลิมอาสาพัฒนาสังคม และมูลนิธิวินวิน
เครือข่ายภาคประชาชนเรียกร้องให้รัฐผลักดันมาตรการเด็ดขาดต่ออาชญากรคดีอุกฉกรรจ์ที่กระทำต่อชีวิตและเพศ โดยคงโทษประหารชีวิต ทบทวนหลักเกณฑ์การลดโทษ การพักโทษ และการปล่อยตัว รวมถึงบังคับใช้พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 อย่างเข้มงวด

ผู้ยื่นหนังสือระบุว่า เหตุอาชญากรรมร้ายแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะคดีฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซียและคดีสะเทือนขวัญที่เกิดกับคนไทย ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของประเทศ จึงเสนอให้รัฐบาลปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ตั้งแต่การป้องกัน การสืบสวนสอบสวน การดำเนินคดี การลงโทษ ไปจนถึงการควบคุมและติดตามผู้พ้นโทษ
ข้อเสนอสำคัญยังรวมถึงการยกเลิกการลดโทษในคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ การงดใช้มาตรา 52 (1) ในกรณีที่ทำให้โทษประหารลดเหลือจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกระยะเวลาหนึ่ง รวมทั้งให้ติดตามพฤติกรรมผู้กระทำผิดร้ายแรงหลังพ้นโทษอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

น.ส.อังสณา เนียมวณิชกุล สส.พรรคเศรษฐกิจ กล่าวว่า ประเทศไทยยังมีกฎหมายประหารชีวิต แต่ไม่ได้มีการบังคับใช้มานานเกือบ 10 ปี ทั้งที่ยังเกิดคดีอุกฉกรรจ์อย่างต่อเนื่อง พรรคเศรษฐกิจจึงต้องการผลักดันให้โทษประหารชีวิตกลับมามีความศักดิ์สิทธิ์ เพื่อสร้างความเกรงกลัวต่อผู้คิดก่ออาชญากรรม

ด้านนายคริส โปตระนันทน์ สส.พรรคเศรษฐกิจ กล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมในปัจจุบันไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้ พรรคจะเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แม้กฎหมายประหารชีวิตยังมีผลใช้บังคับ แต่ในทางปฏิบัติไม่มีการนำมาใช้ พร้อมเสนอให้ยกเลิกการลดโทษผู้กระทำผิดคดีร้ายแรง และเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมชี้แจงมาตรการบำบัดและฟื้นฟูผู้ต้องขังก่อนกลับคืนสู่สังคม โดยหวังให้ทุกพรรคการเมืองร่วมผลักดันการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวในสมัยประชุมหน้า

ขณะที่ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ กล่าวว่า จะนำข้อเรียกร้องดังกล่าวเสนอต่อประธานรัฐสภา พร้อมย้ำว่า กฎหมายไทยยังคงบัญญัติโทษประหารชีวิตไว้ และในคดีที่มีพฤติการณ์โหดร้ายทารุณ โทษสูงสุดคือประหารชีวิต จึงขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมและความปลอดภัยของประชาชน