xs
xsm
sm
md
lg

"องอาจ" สวน "ลิซ่า" ฝ่ายค้านดีแต่พูดขายวาทกรรม ขณะรัฐบาลลงมือทำ อวดผลงานลูกเทพ ลุยทวงคืนอธิปไตยไทย-ปราบนอมินี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"องอาจ" สวน "ภคมน" ซัดฝ่ายค้านดีแต่พูด ไร้ผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ชี้รัฐบาลลงมือทำ ส่วนฝ่ายค้านยังขายแต่วาทกรรม โต้ปม "ครม.ลูกเทพ" ยกผลงาน มท.2-3-4 ลุยทวงคืนอธิปไตยไทย ปราบนอมินี เมืองท่องเที่ยว ฟื้นความเชื่อมั่นประชาชน

นายองอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ สส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย กล่าวตอบโต้กรณี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล รวมถึงพาดพิงรัฐมนตรีในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทยว่า ไม่รู้สึกหนักใจกับการตรวจสอบ เพราะรัฐบาลพร้อมชี้แจงทุกประเด็น แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือฝ่ายค้านยังคงเล่นการเมืองแบบเดิม เปิดแผ่นเสียงตกร่องทุกครั้งที่หมดมุกทางการเมือง

"ทุกครั้งที่รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาให้ประเทศ เราจะเห็นฝ่ายค้านหยิบแฟ้มเก่า เปิดวาทกรรมเก่า แล้ววนกลับมาพูดเรื่องเดิม เหมือนนักมวยที่หมัดหมด เหลือแต่ท่าเดิมให้คนดูจำได้ แต่ชกไม่เข้าเป้า วันนี้ฝ่ายค้านเก่งเรื่องพูดมากกว่าทำ จึงไม่แปลกที่จะยังหาผลงานเป็นรูปธรรมให้ประชาชนจดจำแทบไม่ได้ ที่ได้แค่กระแส แต่รูปธรรมไม่มีเลย" นายองอาจ กล่าว

นายองอาจ กล่าวว่า การกล่าวหาว่า บางคนใน ครม.ชุดนี้เป็น "ครม.ลูกเทพ" หรือรัฐมนตรีมือไม่ถึงนั้น เป็นเพียงวาทกรรมที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เพราะผลงานของรัฐมนตรีแต่ละคนเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม

"ถ้าจะเรียกลูกเทพ ผมว่า ทุกท่านดีใจ เพราะดีกว่าลูกมาร แล้วเป็นลูกเทพที่ทำงานหนัก ลงพื้นที่ทุกวัน จนประชาชนเห็นผลงานมากกว่าคนที่เอาแต่นั่งวิจารณ์อยู่หน้าจอ"

นายองอาจ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยภายใต้การทำงานของรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยทั้ง 3 คน มีผลงานเป็นรูปธรรม ทั้งการลุยปราบนอมินี ธุรกิจผิดกฎหมาย และผู้มีอิทธิพล การตรวจสอบโรงแรมผิดกฎหมายในพื้นที่ท่องเที่ยว การจัดระเบียบต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมายในจังหวัดภูเก็ตและกระบี่ การปกป้องผลประโยชน์ของชาติและทวงคืนอธิปไตยทางกฎหมายในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ รวมถึงการเดินหน้าลดภาระค่าครองชีพประชาชน ทั้งมาตรการลดค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาทต่อหน่วย การเตรียมพร้อมรับมือภัยธรรมชาติ และการแก้ปัญหาทุจริตอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ ถ้าในมุมรัฐบาล คิดว่า ผลงานนั้นชัดเจน นายกรัฐมนตรียังเดินสายพบผู้นำและนักลงทุนจากทั่วโลก จนเกิดการลงทุนใหม่จากบริษัทชั้นนำหลายแห่ง ขณะที่กระทรวงคมนาคมเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงการเดินทางทั่วประเทศ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกำลังวางรากฐานเทคโนโลยี AI เพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศ

"ลองหันกลับไปดูฝ่ายค้าน จะเห็นว่ามีแต่การตั้งข้อสงสัย สร้างวาทกรรม และกล่าวหาซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งที่หลายเรื่องยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม รัฐมนตรีเราทุกคนไม่กลัวการตรวจสอบ กังวลมา สงสัยมา ส่งหน่วยงานตรวจสอบได้เลยไม่มีขวาง แต่พอเข้าสู่กระบวนการแล้ว กลับถูกส้มตัดสิน บนเวทีการเมืองเสียก่อน เหมือนเปิดหนังแล้วประกาศตอนจบ ทั้งที่หนังยังฉายไม่ถึงครึ่งเรื่องด้วยซ้ำ เรียกว่า ชงเอง กินเอง "

นายองอาจ กล่าวว่า หากฝ่ายค้านมั่นใจในข้อมูล ก็ควรนำหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ใช้เวทีการเมืองเป็นศาล และใช้โซเชียลมีเดียเป็นผู้พิพากษา เพราะความจริงพิสูจน์กันด้วยพยานหลักฐาน ไม่ใช่การพูดซ้ำจนหวังให้คนเชื่อ

นายองอาจ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ตรวจสอบทุกคน แต่กลับแทบไม่เคยตรวจสอบคนในพรรคหรือเครือข่ายของตัวเอง ทั้งที่หลายกรณีถูกสังคมตั้งคำถามเช่นกัน เช่นเรื่องที่มา ของเครือข่าย สว.ส้ม

"บ้านตัวเองมีฝุ่น กลับเอาแต่ชี้นิ้วไปบ้านคนอื่น หวังให้คนมองตามนิ้ว จนลืมหันกลับมาดูว่าพื้นบ้านตัวเองก็ยังไม่ได้กวาด"
นายองอาจ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากฝ่ายค้านจะเปิดอภิปราย รัฐบาลพร้อมชี้แจงทุกประเด็น เพราะเชื่อมั่นว่าผลงานสามารถตรวจสอบได้ และสุดท้ายประชาชนจะตัดสินจากสิ่งที่รัฐบาลทำสำเร็จ ไม่ใช่จากวาทกรรมที่พูดซ้ำไปซ้ำมา เพราะคนไทยไม่ได้กินคำพูดเป็นอาหาร แต่ต้องการผลลัพธ์ที่จับต้องได้.