xs
xsm
sm
md
lg

“เทพไท” ซัด กกต.ต้นตอการเมืองทุจริต หากไม่ส่งฟ้องคดีฮั้ว สว.จะถูกมองเป็นองค์กรล้มเหลว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เทพไท” ซัด กกต.ต้นตอปัญหาการเมืองทุจริต เดินมาถึงทางสองแพร่ง ชี้ หากไม่ส่งฟ้องคดีฮั้ว สว. สังคมอาจมองว่าองค์กรล้มเหลว ระบุ ปัญหาการเมืองทุจริตจะไม่มีวันหมด หากผู้กระทำผิดไม่ถูกดำเนินคดี แนะส่งฟ้องศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง กู้ศรัทธากลับคืน

วันนี้ (30 ก.ค.) นายเทพไท เสนพงษ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช กล่าวถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดการทุจริตของการเลือกตั้งของฝ่ายนิติบัญญัติ การเข้าสู่อำนาจ หรือการเข้าสู่ตำแหน่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และเข้าสู่ตำแหน่งของสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ที่มีการทุจริตกันอย่างกว้างขวาง ว่า นับวันจะมีการทุจริตกันมากยิ่งขึ้น จนพูดได้ว่า การเลือกตั้ง สส.ในระบบเขต มีการทุจริต มีการซื้อเสียงกัน ประมาณ 80% ส่วนเลือกตั้ง สว.จากกลุ่มสาขาอาชีพ 20 กลุ่ม ถือว่าเป็นการเป็นฮั้ว สว. เป็นการบล็อกโหวต หรือเป็นการโกงการเลือกตั้ง สว.ครั้งใหญ่ที่สุด

จนทำให้มีการตั้งคำถามว่า อะไรคือปัญหาหลักของการเข้าสู่ตำแหน่งของนักการเมือง ทั้ง สส.และ สว. เป็นเหตุเกิดจากตัวของนักการเมืองเองที่ซื้อเสียง หรือโกงการเลือกตั้ง เป็นเรื่องของประชาชนที่ยอมรับเงินเพื่อแลกกับการลงคะแนนให้ ซึ่งถือว่าทุกภาคส่วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการเลือกตั้ง หรือทำให้การเข้าสู่ตำแหน่งนักการเมืองไม่สุจริต แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุด เมื่อกฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติให้คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นองค์กรอิสระ เป็นหน่วยหน่วยสำคัญที่กลั่นกรองการเลือกตั้งให้โปร่งใส สุจริตและเที่ยงธรรม แต่ก็ยอมรับความจริงว่า การทำหน้าที่ของ กกต.ในช่วงหลังนี้ หย่อนยาน ละเลย ไม่ทำหน้าที่องค์กรอิสระที่กลั่นกรองไม่ให้คนชั่ว คนโกงการเลือกตั้งเข้าสู่อำนาจ เป็นความล้มเหลวของการทำหน้าที่ของกกต.อย่างสิ้นเชิง
นับตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 เป็นต้นมา จนถึงการเลือกตั้งปี 2566 และการเลือกตั้งเมื่อปี 2569 ซึ่งการซื้อเสียงพัฒนาขึ้นตามลำดับ เริ่มต้นการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 มีการซื้อเสียงกันประปรายมากพอสมควรในหลากหลายพื้นที่ แต่ กกต.ก็ไม่สามารถจะจับคนซื้อเสียงได้เลย หรือให้ใบแดงคนซื้อเสียงได้เลยแม้แต่คนเดียว มีการให้ใบแดงเรื่องการทำบุญ การจัดเลี้ยง การใส่ซองถวายพระ ทำบุญงานศพ ส่วนประเภทจดชื่อกันเป็นบัญชีหางว่าวเหมือนโพยหวยใต้ดิน ไม่มีการให้ใบแดงได้เลย

จนมาถึงการเลือกตั้งปี 2566 นักเลือกตั้งก็ย่ามใจซื้อเสียงกันมากยิ่งขึ้น หลังจากการเลือกตั้งแล้ว กกต.ก็ปล่อยผี จะสอยภายในหนึ่งปี เมื่อครบหนึ่งปีก็ไม่สามารถให้ใบแดงใครได้เลย จนมาถึงการเลือกตั้งปี 2569 มีการซื้อเสียงกันอย่างมโหฬาร เปิดเผย เป็นที่รับรู้กันทั่วประเทศ ทุกเขตเลือกตั้งมีการซื้อเสียง ประชาชนคนไทยรู้กันทุกคน แต่ กกต.กลับไม่รู้ มีการแลกเงินกัน อย่างสะพัด จนผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาเปิดเผยความผิดสังเกตของการเบิกเงินของการแลกเงิน จนถึงบัดนี้ กกต. ยังไม่สามารถให้ใบแดง การเลือกตั้ง สส.ได้เลยอีกเช่นกัน รับรองไปก่อนค่อยสอยทีหลัง สุดท้ายก็อีหรอบเดิม

ที่ผ่านมา มีการฮั้วมีการบล็อคโหวต มีการจ้าง มีการโกงการเลือกตั้ง สว. ฉาวโฉ่เป็นที่รับรู้กันทั้งประเทศ คนไทย 90% เชื่อว่า มีการทุจริตเลือกตั้ง สว. แต่ กกต.ก็ไม่สามารถดำเนินการให้ใบแดงใครได้ ปล่อยให้เวลาล่วงเลยมา2ปีกว่า จนถึงบัดนี้ การสอบสวนหาคนโกงเลือกตั้ง สว. ยังหาข้อยุติไม่ได้ ทั้งที่ควรจะทำให้เสร็จภายใน 6 เดือนด้วยซ้ำไป

จนถึงบัดนี้ยังถกเถียงกันอยู่ว่า อนุกรรมการชุดที่ 26 มีมติสั่งฟ้อง 229 คน แต่ กกต.กลับตั้งอนุกรรมการชุด 36 มามีมติพลิกกลับ เป็นไม่มีมูล ไม่เห็นควรสั่งฟ้อง จนทำให้ กกต.ชุดใหญ่ต้องตัดสินใจว่า จะมีมติเช่นไร จะยกคำร้องตามมติของอนุกรรมการชุดที่ 36 ที่มีมติ 5 : 2 หรือจะยึดตามมติอนุกรรมการชุดที่ 26 ที่เห็นควรสั่งฟ้องทั้งหมด 229 คน ถ้าหาก กกต.ไม่กล้าตัดสินใจ ยังอยู่ในอำนาจอิทธิพลทางการเมืองของผู้บงการการเลือกตั้ง สว.ที่ผ่านมา กกต.อาจต้องตัดจบ สั่งไม่ฟ้อง ตัดตอนที่กกต. ซึ่งกกต.ต้องรับกรรมไป หรือถ้าหากให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กกต.ควรมีมติสั่งฟ้อง ส่งคำฟ้องไปยังศาลฎีกา แผนกเลือกตั้ง

“บัดนี้ กกต.กำลังเดินมาถึงทาง 2 แพร่ง ว่า จะสั่งฟ้องคดีฮั้ว สว. หรือจะยกคำร้อง ขอให้ตัดสินใจผลประโยชน์ของประเทศชาติ อย่าให้สังคมตราหน้าว่า กกต.คือ องค์กรที่ล้มเหลว และก่อให้เกิดการทุจริต และไม่สามารถจะคัดคนบริสุทธิ์เข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองได้ ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของการมีองค์กรอิสระ คือ กกต.” นายเทพไท กล่าวทิ้้งท้าย