xs
xsm
sm
md
lg

"ศุภชัย" ย้อนเกล็ด แนะกกต.ยกเรื่องขึ้นสอบ "ฮั้ว สว.ส้ม" เองได้เลย เงินใครจ่ายจัดการประชุม-ขนผู้สมัคร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สอบ ฮั๊ว สว.ส้ม ! มือกฏหมายภท. โพสต์กระแทกนักวิชาการ ระบุ กกต.ยกเรื่องขึ้น สอบ"ฮั้ว สว.ส้ม" เองได้เลย ตาม ม.41 พรป.เลือกตั้ง ย้อนทั้งจัดการประชุม-ขนผู้สมัคร ใครจ่ายตังส์

วันนี้ (29ก.ค.) นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย สส. พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความถึงนักวิชาการที่กล่าวท้าทาย ให้ร้องเรียน กกต กรณี "ฮั๊ว สว.ส้ม" โดยยืันยัยว่า กกต.ยกเรื่องขึ้นสอบสวนได้เอง โดยยกคำวิชาการ เป็น"อำนาจแห่งตำแหน่ง" มีรายละเอียดดังนี้.ความจริงแล้วต่อให้ไม่มีผู้ร้อง กกต. ก็มีอำนาจตามกฎหมายแล้ว กล่าวคือกกต. มีอำนาจเริ่มสืบสวนหรือไต่สวนได้เอง แม้ไม่มีผู้ร้องเรียน หากมีเหตุอันควรสงสัยหรือมีข้อมูลปรากฏว่าการเลือกตั้งอาจไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม.ฐานกฎหมายที่สำคัญคือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 41 ซึ่งบัญญัติไว้โดยสรุปว่า.“เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏต่อคณะกรรมการไม่ว่าโดยทางใด ไม่ว่าจะมีผู้แจ้งหรือผู้กล่าวหาหรือไม่… คณะกรรมการมีหน้าที่ต้องดำเนินการให้มีการสืบสวนหรือไต่สวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานโดยพลัน”.สาระสำคัญของมาตรานี้คือ.

1. ไม่จำเป็นต้องมีผู้ร้อง◦ กกต. อาจทราบเรื่องจากข่าวสาร สื่อมวลชน หน่วยงานของรัฐ รายงานของเจ้าหน้าที่ หรือข้อมูลอื่นใดก็ได้◦ หากเห็นว่ามี “เหตุอันควรสงสัย” และมีข้อมูลเพียงพอ ก็มีหน้าที่ต้องเริ่มสืบสวนหรือไต่สวนเอง.

2. เป็นหน้าที่ ไม่ใช่เพียงดุลพินิจ◦ กฎหมายใช้คำว่า “มีหน้าที่ต้องดำเนินการ” แสดงว่าหากมีเหตุอันควรสงสัย กกต. ไม่ควรเพิกเฉย.ใช่ครับ และหลักการนี้ได้รับการยืนยันทั้งจากตัวบทกฎหมายและแนวปฏิบัติของ กกต..ดังนั้น กกต. มีอำนาจเริ่มดำเนินการได้เอง (Ex Officio Power).ตามมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560.ข้อความ “ไม่ว่าจะมีผู้แจ้งหรือผู้กล่าวหาหรือไม่” เป็นถ้อยคำที่สำคัญมาก เพราะหมายความว่า กกต. ไม่จำเป็นต้องรอคำร้องจากบุคคลใด.

ไหนๆก็กล่าวถึงนักวิชาการ.คำ Ex officio power เป็นภาษาละติน แปลตรงตัวว่า “โดยอำนาจแห่งตำแหน่ง” หรือ “โดยอำนาจหน้าที่ของตนเอง”.ในทางกฎหมาย หมายถึง อำนาจที่กฎหมายให้องค์กรหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ร้อง ผู้กล่าวหา หรือผู้เสียหายมายื่นคำร้องก่อน.ดังนั้นหากกกต. เห็นว่ากรณีการนัดชุมนุมของ กลุ่ม สว.ประชาชนหรือ สว.สีส้มเพื่อฮั้วเอ้ยไม่ใช่โกง(ตามที่ท่านเรียก) กกต ก็ย่อมมีอำนาจตามกฎหมายนี้สืบสวน ไต่สวนดูว่าผู้สมัคร 300 คนที่ว่าชุมนุมกันใครเป็นคนจ่ายค่าจัดเลี้ยงค่าเช่าห้องประชุม เดินทางกันมาควักตังค์ซื้อตั๋วเครื่องบินเองหรือมีคนจ่ายตังค์ให้ พักที่ไหน ใครจ่าย มารถคันเดียวกัน มาหลายคนหรือต่างคนต่างขับ มีคนจ่ายค่าน้ำมันให้หรือไม่ ฯลฯ แบบบที่ท่านกล่าวหากลุ่มอื่นนั่นแหละ.และกกต. ก็สามารถสืบสวนไต่สวน ไปได้ว่า ท่านสว.กลุ่มท่านเช่น ท่านเทวฤทธิ์ หรือท่านอาจารย์นันทนา ได้รับการเลือกมาเป็น สว.มาตั้งแต่ระดับอำเภอจนถึงมาระดับประเทศนั้นมีกระบวนการ ฮั้ว(โกง) หรือไม่นั้น ผมก็ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งรีบ ดำเนินการตามมาตรา 41 เสียโดยเร็วพลันตามคำเรียกร้อง.หรืออยากให้มีการร้อง ก็ยินดีจัดให้นะครับ หลักฐานเพียบ!