xs
xsm
sm
md
lg

ทุนจีน-จีนเทา กำลังปั่นป่วนสังคมไทย !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อนุทิน ชาญวีรกูล - พล.ต.อ.สำราญ นวลมา
เมืองไทย 360 องศา

ต้องยอมรับว่าเวลานี้ทั้งกลุ่มทุนจีน และกลุ่มจีนเทา กำลังสร้างความปั่นป่วนให้กับสังคมไทยไม่น้อย ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งมันมีลักษณะเหมือนกับ “ย้อนแย้ง” เพราะ “เรา” ซึ่งบางครั้งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นฝั่งรัฐบาล และภาคเอกชนกำลังเรียกหา “นักลงทุนจีน” เอาอกเอาใจสารพัดให้เข้ามาลงทุน เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ แต่สิ่งที่ต้องเจอกันก็คือต้องเจอกับเรื่องความเดือดร้อนรำคาญกับนักท่องเที่ยวพวกนี้ หรือแม้แต่การลงทุนที่ไม่ค่อยสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทย


มีข่าวเรื่องการเอาเปรียบ เพราะบางครั้งเมื่อมีการตรวจสอบกลับพบว่า แทบทุกอย่างถูกนำเข้ามาจากจีน บางครั้งแม้กระทั่งแรงงาน ก็ยังมีรายงานว่าผู้ประกอบการจีนบางแห่งยังนำเข้าแรงงานจีนก็มี เมื่อผลิตและส่งออกไป จึงใช้เพียงประเทศไทยเป็นฐานการผลิตราคาถูกเท่านั้น

นอกเหนือจากนี้ สิ่งที่มักได้ยินและเป็นข่าวอยู่เสมอและต่อเนื่องก็คือ “มาตรฐาน” ในหลายเรื่อง เช่น สิ่งแวดล้อม มาตรฐานสินค้า การเอารัดเอาเปรียบ อะไรประมาณนี้ เมื่อเทียบกับมาตรฐานการลงทุน หรือนักลงทุนจากชาติอื่น

ขณะเดียวกันเมื่อพิจารณาจากกรณีของ “กลุ่มจีนเทา” ก็ยิ่งไปกันใหญ่กับเรื่องการ “สร้างปัญหา” กับประเทศไทย ในหลายๆเรื่อง ทั้งการก่ออาชญากรรม การหลอกลวงสารพัด

หรือแม้แต่กรณีของนักท่องเที่ยวจีน ที่แม้ว่าจะมีปริมาณมากเป็นอันดับต้นๆ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย แต่อีกด้านหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาสร้างความเดือดร้อน รำคาญ อาจเป็นเพราะต่างวัฒนธรรม ต่างความรู้สึก จนทำให้เวลานี้สังคมไทยเริ่มเพ่งเล็ง นักท่องเที่ยวจีนมากขึ้นกว่าแต่ก่อน 

ล่าสุด ได้เกิดกรณีมีการกล่าวหาว่าพลเมืองจีนถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใช้กำลังเกินสมควร และกำลังเกิดข้อถกเถียง กลายเป็น “ดรามา” และอาจลุกลามกลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศก็เป็นได้

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึง กรณีสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์ให้ประเทศไทยตรวจสอบกรณีพลเมืองจีน ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใช้กำลังเกินสมควร ว่า ได้สั่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้

ส่วนที่คนไทยเข้าไปคอมเมนต์ วิพากษ์วิจารณ์ ในเพจของสถานทูตจีนจำนวนมาก นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า สถานทูตก็ต้องออกมาชี้แจง ส่วนข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คงต้องมีการตรวจสอบ ก็เข้าใจได้ถึงความรู้สึกต่างๆ เราต้องเอาข้อเท็จจริงให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายดีกว่า

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม เพจอย่างเป็นทางการของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย (Chinese Embassy Bangkok) ได้ออกแถลงการณ์ ชี้แจง และเรียกร้องความยุติธรรมให้พลเมืองของตนแล้ว สถานทูตจีนฯ ระบุว่า ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนจากพลเมืองชาวจีนรายหนึ่ง ซึ่งระบุว่า ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (การ์ด) ภายในงานหนังสือใช้กำลังเกินสมควร และบังคับนำตัวออกจากพื้นที่จัดงาน

ขณะเดียวกัน ทางสถานทูตฯได้รับทราบคำแถลงการณ์จากฝั่งผู้จัดงานหนังสือแล้วเช่นกัน โดยในคำแถลงนั้น ผู้จัดงาน ยอมรับว่า "มีการใช้กำลังเกินกว่าที่ควรแก่สถานการณ์" จริงตามที่เป็นข่าว

ด้วยเหตุนี้สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย จึงได้ออกมาร้องเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในไทยเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งหามาตรการแก้ไข และรับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าวอย่างเหมาะสมโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ทางสถานทูตจีนฯ ยืนยันว่าจะให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่พลเมืองจีนรายดังกล่าวตามขอบเขตหน้าที่ และจะปกป้องสิทธิรวมถึงผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของพลเมืองตนเองอย่างถึงที่สุด

อย่างไรก็ดี ในวันเดียวกันได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทางการไทยเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีพลเมืองชาวจีนรายหนึ่งอ้างว่าถูกพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ใช้กำลังเกินกว่าเหตุและนำตัวออกจากพื้นที่จัดงาน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยทางผู้จัดงานได้ออกมายอมรับในเวลาต่อมาว่า มีการใช้กำลังเกินกว่าที่ควรแก่สถานการณ์จริง

เหตุการณ์ดังกล่าวกลับเป็นชนวนให้เกิดกระแสตอบรับเชิงลบจากชาวเน็ตไทยเป็นจำนวนมาก โดยมีการเข้าไปแสดงความคิดเห็นในเพจของสถานทูตจีนอย่างแพร่หลาย เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงอีกด้านผ่านหลักฐานคลิปวิดีโอ และมุมมองจากผู้อยู่ในเหตุการณ์ งัดหลักฐานคลิปวิดีโอแย้ง ชี้พลเมืองจีนทำผิดกฎและทำร้ายรปภ.ก่อน

ทั้งนี้ ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียชาวไทยจำนวนมาก ได้นำคลิปเหตุการณ์ออกมาเผยแพร่และวิจารณ์ โดยระบุว่า ต้นเหตุเกิดจากการที่พลเมืองจีนคนดังกล่าว กระทำผิดระเบียบด้วยการแซงคิว และไม่ปฏิบัติตามคำเตือนของเจ้าหน้าที่ผู้จัดงาน ทั้งนี้ ภาพจากคลิปวิดีโอปรากฏชัดเจนว่า พลเมืองจีนคนดังกล่าวเป็นฝ่ายกระโดดถีบพนักงานรักษาความปลอดภัยก่อน ส่งผลให้ รปภ. จำเป็นต้องทำการควบคุมตัวลงกับพื้น เพื่อป้องกันตัวและรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

นอกจากนี้ ชาวเน็ตยังได้ตั้งคำถามถึงมาตรฐานการปฏิบัติตนและการเคารพกฎหมายของประเทศปลายทาง โดยชี้ว่าหากเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้กับคนไทยในประเทศจีน เจ้าหน้าที่ฝั่งจีนคงจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกัน

อีกหนึ่งประเด็นที่มีการชี้แจงเพิ่มเติมคือ สถานที่เกิดเหตุ ซึ่งต้นเรื่องอ้างว่าเป็น “งานหนังสือ” แต่ผู้เข้าร่วมงาน และชาวเน็ต ระบุตรงกันว่าจริงๆ แล้วเป็นกิจกรรมรวมพล และงานแสดงของนักแสดงซีรีส์วาย (Boys' Love / LGBTQ+) จากค่าย GMMTV ประเด็นดังกล่าว ส่งผลให้เกิดกระแสตั้งคำถามไปยังทางการจีน เกี่ยวกับการเข้าร่วมกิจกรรมด้านวัฒนธรรม LGBTQ+ ของพลเมืองจีน ซึ่งขัดกับแนวปฏิบัติของรัฐบาลจีน รวมถึงมีการตั้งข้อสังเกต ถึงการใช้งาน VPN ของแฟนคลับชาวจีน เพื่อติดตามผลงานบันเทิงจากประเทศไทย

ทั้งนี้ ความคิดเห็นของชาวเน็ตไทยส่วนใหญ่ไปในทิศทางเดียวกัน โดยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทางการจีน ตระหนักถึง "มารยาทสากล" และการเคารพกฎระเบียบของสังคมส่วนรวม พร้อมทั้งฝากข้อคิดเตือนใจเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศว่า ควรปฏิบัติตามกฎหมายและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งและกระทบต่อภาพลักษณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในระยะยาว

นั่นคือ กรณีที่เพิ่งเกิดขึ้นล่าสุด และกำลังกลายเป็นกระแสถกเถียงวิจารณ์กันมากมาย และที่สำคัญกรณีดังกล่าวกำลังกลายเป็น “ทางการ” ที่มีสถานทูตจีนในประเทศไทยยื่นมือเข้ามาเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ และการคุ้มครองรักษาสิทธิ์ของพลเมืองชาวจีน ขณะที่ยังมีชาวไทยทั้งที่อยู่ในเหตุการณ์ ที่มีมองเห็นความไม่ยุติธรรม มีการถ่ายคลิปและเผยแพร่คลิป ทำให้เกิดกระแสในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว และที่สำคัญคือ เป็นการส่งไปถึงสถานทูตจีน ในประเทศไทยอีกด้วย

แน่นอนว่าเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นย่อมต้องมีการตรวจสอบให้รอบด้าน เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะสิ่งที่มองเห็นมันอาจไม่ใช่ก็ได้ ดังนั้น ถูกต้องแล้วที่ต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน แต่ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งกรณีนักท่องเที่ยว นักลงทุนชาวจีน ทั้งที่เป็น “เทา หรือไม่เทา” กำลังกลายเป็นที่จับตามองจากสังคมไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าพวกเขากำลังสร้างความปั่นป่วนให้กับประเทศไทยมากขึ้นหรือไม่

ดังนั้น ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ฝ่ายรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือแม้แต่ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ที่เกาะติดและรับผิดชอบในคดีด้านความมั่นคง และคดีพิเศษแบบนี้ต้องจริงจัง เดินหน้า “จัดระเบียบ” สังคมกันทั่วประเทศ แม้ว่าที่ผ่านมาทำไปแล้ว แต่นาทีนี้เชื่อว่ายังไม่เข้มข้นพอ!!