xs
xsm
sm
md
lg

เข้ม! ผู้รับจ้างก่อสร้าง กฎกระทรวงใหม่ รัฐเสียหายต่อชีวิต-ทรัพย์สิน เข้าข่าย “ทิ้งงาน” พ่วงแนวทาง “จ้างช่วงก่อสร้าง” งานหลัก/งานรอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระทรวงการคลัง เข้ม! ผู้รับเหมาทุกโครงการรัฐ ออกกฎกระทรวงฉบับใหม่ กำหนดให้การปฏิบัติ-ละเว้นปฏิบัติงาน ของ “ผู้รับจ้างงานก่อสร้าง” ที่สร้างความเสียหายชีวิต-ร่างกาย-ทรัพย์สินของประชาชน เข้าข่ายลักษณะเป็นการ “ทิ้งงาน” พร้อมออกหนังสือเวียนถึงส่วนราชการทั่วประเทศ กำหนดแนวทางการ “จ้างช่วงงานก่อสร้าง” ให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน แยกชัด “งานหลัก/งานรอง” การจ้างช่วง “งานหลัก” การส่งต่อ “งานรอง” ยก 10 สาขาบัญชีตัวอย่างครอบคลุมงานก่อสร้าง

วันนี้ (28 ก.ค.) มีรายงานว่า เว็บไซค์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่กฎกระทรวง กำหนดการกระทำอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงาน พ.ศ. 2569

โดยกำหนดให้การปฏิบัติงานหรือละเว้นการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างงานก่อสร้างตั้งแต่วันที่ลงนามจนถึงวันที่มีการตรวจรับงานครั้งสุดท้ายหรือวันที่มีการเลิกสัญญา ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงจนเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน เป็นการกระทำอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงาน

“อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 109 (6) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ให้การปฏิบัติงานหรือละเว้นการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างงานก่อสร้างตั้งแต่วันที่ลงนาม จนถึงวันที่มีการตรวจรับงานครั้งสุดท้าย หรือวันที่มีการเลิกสัญญา ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงจนเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน เป็นการกระทำอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงาน” กฎกระทรวงกำหนดการกระทำอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงาน พ.ศ. 2569

ลงนาม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ไว้ ณ วันที่ 23 ก.ค. 2569 ระบุ

ในขณะที่หมายเหตุแนบท้ายกฎกระทรวงฯฉบับดังกล่าวระบุถึงเหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ ว่า โดยที่มาตรา 109 (6) แห่ง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 บัญญัติให้การกระทำอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงเป็นการกระทำอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงาน

ดังนั้น เพื่อกำหนดให้การปฏิบัติงานหรือละเว้นการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างงานก่อสร้างที่ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงจนเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน เป็นการกระทำอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงาน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

อีกด้านหนึ่ง กรมบัญชีกลาง ได้ออกหนังสือเวียนถึงส่วนราชการทั่วประเทศ เพื่อกำหนดแนวทางการ “จ้างช่วงงานก่อสร้าง” ให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

และยกเลิกหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดที่ กค (กวจ) 0405.2/ว653 ลงวันที่ 26 ก.ย. 2568 โดยกำหนดหลักเกณฑ์สำคัญ ดังนี้

1. แยกให้ชัด “งานหลัก” และ “งานรอง” งานหลัก คือ งานที่เป็นสาระสำคัญของสัญญา ต้องใช้ความรู้ ความสามารถเฉพาะ และมีผลต่อความสำเร็จของโครงการ งานรอง คือ งานสนับสนุนหรือประกอบให้งานหลักดำเนินไปได้ เช่น งานเบ็ดเตล็ด งานค่าแรงบางส่วน เป็นต้น

2. การจ้างช่วง “งานหลัก” ผู้รับจ้าง จะจ้างช่วงงานหลักได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐก่อน ผู้รับจ้างช่วงต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด

3. การส่งต่อ “งานรอง” หากเป็นการมอบหมายงานรองให้ผู้อื่นดำเนินการ ไม่ถือเป็นการจ้างช่วง ตามหนังสือฉบับนี้ และ ไม่ต้องขออนุญาต จากหน่วยงานของรัฐ

4. หน่วยงานต้องตรวจสอบผู้รับจ้างช่วง ก่อนอนุญาตให้จ้างช่วง ต้องตรวจสอบว่า ผู้รับจ้างช่วง ไม่เป็นผู้ถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ หากอยู่ในบัญชีดังกล่าว ห้ามอนุญาตให้จ้างช่วงโดยเด็ดขาด

5. มีบัญชีตัวอย่าง “งานหลัก-งานรอง” หนังสือแนบตัวอย่างรายการงานหลักและงานรอง ครอบคลุม 10 สาขางานก่อสร้าง เช่น งานก่อสร้างทาง งานก่อสร้างสะพาน งานทางและสะพานชั้นพิเศษ งานชลประทาน งานเขื่อนป้องกันตลิ่งและชายฝั่ง งานก่อสร้างอาคาร และสาขาอื่นๆ เช่น งานเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณา

กรมบัญชีกลาง ย้ำว่า สิ่งที่ผู้รับจ้างและหน่วยงานควรระวัง ตรวจสอบว่างานที่จะจ้างเป็น “งานหลัก” หรือ “งานรอง” ก่อนทุกครั้ง หากเป็นงานหลัก ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานของรัฐก่อนดำเนินการ ตรวจสอบสถานะผู้รับจ้างช่วงว่าไม่ถูกระงับสิทธิในระบบของกรมบัญชีกลาง

ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณากรณีที่ผู้รับจ้างขออนุญาตนํางานหลักบางส่วน ไปให้ผู้รับจ้างช่วงทำอีกทอดหนึ่ง โดยผู้รับจ้างช่วงจะต้องไม่เป็นผู้ประกอบการที่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอ หรือทําสัญญา หรือข้อตกลงเป็นหนังสือกับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว

เนื่องจากเป็นผู้ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ตามระเบียบฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569

“หากผู้รับจ้างช่วงเป็นผู้ประกอบการที่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอ หรือทําสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือกับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว หน่วยงานของรัฐจะต้องไม่อนุญาต ให้ผู้รับจ้างไปจ้างช่วงกับผู้ประกอบการรายดังกล่าว”