xs
xsm
sm
md
lg

กมธ.ไอซีที วุฒิสภา ดัน “โครงการดินขับจรวดแห่งชาติ” วางรากฐานอุตสาหกรรมอวกาศไทย ลดพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กมธ.ไอซีที วุฒิสภา เร่งผลักดัน “โครงการดินขับจรวดแห่งชาติ” วางรากฐานอุตสาหกรรมอวกาศไทย ชูความร่วมมือรัฐ-เอกชน ยกระดับเทคโนโลยีของประเทศ ลดการพึ่งพาต่างชาติ พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาระบบส่งดาวเทียมฝีมือคนไทย

นายชิบ จิตนิยม โฆษกคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการนำโดย นายนพดล พริ้งสกุล รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่สอง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษานวัตกรรมด้านโทรคมนาคมและการสื่อสารเพื่ออนาคต พร้อมด้วย และคณะ ได้ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรีและกาญจนบุรี เพื่อศึกษาศักยภาพการพัฒนาเทคโนโลยีดินขับจรวดและนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมอวกาศ โดยมี พล.อ.วัฒนา นาราคาม ประธานกรรมการ บริษัท เนแรค อาร์มส อินดัสตรี จำกัด (NRC) ให้การต้อนรับและร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล

นายชิบกล่าวว่า บริษัท NRC ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีด้านยุทโธปกรณ์และการต่อยอดสู่การใช้งานภาคพลเรือน (Dual Use) โดยบริษัทมีประสบการณ์ด้านการผลิตยุทโธปกรณ์ให้กองทัพอย่างต่อเนื่อง เป็นผู้ผลิตชนวนท้าย (Primer) รายแรกของประเทศไทย ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 และมีผลงานวิจัยที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงกลาโหมหลายรายการโดยเห็นว่า เทคโนโลยีดินขับจรวดซึ่งใช้ในภารกิจด้านความมั่นคง สามารถพัฒนาต่อยอดเป็นระบบส่งดาวเทียมขนาดเล็ก (Small Satellite Launch Vehicle) ได้ เนื่องจากใช้พื้นฐานองค์ความรู้เดียวกัน ต่างกันเพียงการออกแบบให้เหมาะสมกับภารกิจด้านอวกาศ โดยประเทศไทยมีองค์ความรู้สะสมอยู่แล้วจากหลายหน่วยงาน อาทิ กองทัพอากาศ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) โรงงานวัตถุระเบิดทหาร และศูนย์วิจัยด้านจรวด จึงควรบูรณาการศักยภาพที่มีอยู่ร่วมกับภาคเอกชน แทนการเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด


นอกจากนี้ ไทยยังมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งโรงงานผลิตและผสมดินขับจรวด ระบบหล่อและขึ้นรูป เครื่องทดสอบแรงขับ ห้องปฏิบัติการ ระบบเอกซเรย์ตรวจสอบคุณภาพ รวมถึงสนามทดสอบจรวด ซึ่งสามารถรองรับการพัฒนาเชื้อเพลิงจรวดและระบบส่งดาวเทียมได้ หากได้รับการสนับสนุนด้านนโยบายและงบประมาณอย่างต่อเนื่อง

จากผลการศึกษาดังกล่าว คณะกรรมาธิการเตรียมผลักดัน “โครงการดินขับจรวดแห่งชาติ” เพื่อรองรับทั้งภารกิจด้านความมั่นคงและการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศ โดยมีแนวคิดจัดตั้งความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และมหาวิทยาลัย เพื่อวิจัย ถ่ายทอดเทคโนโลยี และผลิตดินขับจรวดมาตรฐานอวกาศภายในประเทศ พร้อมเสนอปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การทดสอบ และการขนส่งวัตถุพลังงานสูงให้เอื้อต่อการวิจัยภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงพัฒนาห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบในประเทศ และจัดตั้งสนามทดสอบจรวดมาตรฐานแห่งชาติ

นายชิบ กล่าวว่า สิ่งที่คณะกรรมาธิการต้องการเห็นคือความร่วมมือที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงการหารือ แต่ต้องมีกลไกสนับสนุนที่ชัดเจน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญได้ด้วยตนเอง และลดการพึ่งพาต่างประเทศในระยะยาว


ด้านนายนพดล ระบุว่า ประเทศไทยมีทั้งองค์ความรู้ บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอสำหรับการต่อยอดสู่การพัฒนาระบบส่งดาวเทียม สิ่งสำคัญคือการกำหนดนโยบายที่ชัดเจนและการจัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นฐานอุตสาหกรรมอวกาศและเทคโนโลยีความมั่นคงที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต

ขณะที่ พล.อ.วัฒนา ยืนยันความพร้อมของบริษัท NRC ในการร่วมมือกับภาครัฐด้านการวิจัย พัฒนา และผลิตดินขับจรวดสำหรับภารกิจส่งดาวเทียมของประเทศไทย พร้อมผลักดันภาคอุตสาหกรรมอวกาศและเทคโนโลยีความมั่นคงของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล