นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้ดำเนินการตามนโยบาย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการปราบปรามการบุกรุกพื้นที่สงวนแห่งชาติ ภายหลังทราบว่ามีการร้องเรียนพร้อมทั้งแจ้งเบาะแสขอให้กรมป่าไม้ตรวจสอบบริษัท ไทฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ในท้องที่ หมู่ที่ 1 ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งดำเนินกิจการอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าควนเขาวัง ป่าคลองต่อ และป่าเทือกเขาแก้ว นั้นเป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายหรือไม่ จึงได้สั่งการด่วนให้สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ได้รับร้องเรียน นำโดยส่วนปฏิบัติการพิเศษและหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) ประสานการปฏิบัติกับศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) สำนักงานทสจ.สงขลา ตำรวจ กก.5 ปทส. ตำรวจ สภ.ฉลุง และเทศบาลตำบลทุ่งตำเสา และผู้แทนของการยางแห่งประเทศไทย ผู้แทนของบริษัท ไทฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมและนำตรวจสอบ
โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีการใช้ประโยชน์ในเนื้อที่จำนวน 103 ไร่ 52 ตารางวา และพบสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 27 รายการ ในการนี้ การยางแห่งประเทศไทย ได้นำส่งเอกสารเป็นสัญญาให้เช่าช่วงอาคารโรงงานยางแท่ง เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษาค้นคว้าวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตยางแท่ง การกำหนดมาตรฐาน และการตรวจสอบมาตรฐานยางแท่งในเชิงธุรกิจ ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วพบว่ายังขาดเอกสารหลักฐานประกอบบางประการที่จะต้องใช้ประกอบการพิจารณา โดยจะให้ สจป.ที่ 13 (สงขลา) ได้รายงานกลับมายังกรมป่าไม้ เพื่อแจ้งให้การยางแห่งประเทศไทย จัดส่งเอกสารเพิ่มเติมให้กับคณะเจ้าหน้าที่ ใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินการตามอำนาจ หน้าที่ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ กรมป่าไม้ได้ประสานการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งรวบรวมและตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างละเอียด รอบคอบ และตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ตามอำนาจหน้าที่และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป อธิบดีกรมป่าไม้กล่าว


