xs
xsm
sm
md
lg

ร้อยวันพันเรื่อง “ไฟใต้”โบว์ดำยุค“อนุทิน”!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อนุทิน ชาญวีรกูล - วันมูหะมัดนอร์ มะทา
เมืองไทย 360 องศา

เหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เพิ่งเกิดขึ้นล่าสุดที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อประเมินจากสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมาอาจจะเรียกได้ว่าไม่ได้เหนือความคาดหมายนัก เพียงแต่ว่ามันน่าสลดใจที่คราวนี้มีเด็กวัยเพียงแค่ 10 ขวบได้รับบาดเจ็บ รวมไปถึงมีเจ้าหน้าที่ต้องเสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมากในช่วงเวลาที่ห่างกันเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น


มีรายงานว่า เกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 กรกฎาคม เวลาประมาณ 18.45 น. โดยคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถกระบะ 4 ประตู สีดำ เป็นพาหนะ ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์เข้าใส่จุดตรวจบูเก๊ะสามี ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจได้เสียชีวิตรวม 5 นาย ดังนี้ 1.จ.ส.อ. ธีระยุทธ โสมะเกิด 2.อส.ทพ. ซากีรียา เจ๊ะน๊ะ 3.อส.ทพ. วิมล ดาบทอง 4.อส.ทพ. ณัฐสิทธิ์ แก้วเสนา และ 5.อส.ทพ. ซอลาฮูดิง ปิ ชาวบ้านบาดเจ็บ 2 ราย หนึ่งในนั้นเป็นเด็กอายุ 10 ขวบ

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม เมื่อเวลา 19.20 น. พ.ต.อ.จารุกิตต์ ศรีเดช ผกก.สภ.ตันหยง อ.เมือง จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ที่ สภ.ตันหยง หลังเก่า ซึ่งตั้งอยู่ปากทางเข้าพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ม.4 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส จึงได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพบเพลิงกำลังลุกไหม้รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโซลูน่า ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ที่ส่วนหัวหรือฝากระโปรงหน้าหันตรงไปยังตัวอาคาร เจ้าหน้าที่จึงได้รีบประสานหน่วยบรรเทาสาธารณภัย อบต.กะลุวอเหนือ สนับสนุนรถดับเพลิงมาฉีดน้ำดับไฟ จนสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ แต่อนุภาพของระเบิดส่งผลทำให้กำแพงรั้วที่ติดกับถนนพังเสียหายทั้งแถบ และมีซากเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่อง และซากเศษชิ้นส่วนของรถยนต์ ตกกระจายเกลื่อนบนถนน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จาการตรวจสอบจุดเกิดเหตุในเบื้องต้น พบรถยนต์กระบะได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ 1 คัน อาคารถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายหลายจุด เจ้าหน้าที่จึงได้กันพื้นที่ไว้ เพื่อเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น

จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 1 คน ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโซลูน่า ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ที่ภายในห้องโดยสารได้นำระเบิดแสวงเครื่องไม่ทราบน้ำหนักบรรทุกไว้ เมื่อถึงเป้าหมายคนร้ายได้จอดรถและเข็นรถยนต์ให้แล่นเข้าไปใน สภ. จากนั้นคนร้ายได้วิ่งไปซ้อนท้ายเพื่อนอีก 1 คน ที่ขี่รถ จยย.มารอรับ แล้วจึงได้เกิดระเบิดขึ้น โดยที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแต่ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

แน่นอนว่า เหตุร้ายที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในยุครัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นับวันสถานการณ์ยิ่งรุนแรงบานปลาย สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเจ้าหน้าที่ และหากสังเกตจะเห็นว่าสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การก่อเหตุของ ผู้ก่อความไม่สงบ เป็นลักษณะ “ก่อการร้าย” เต็มรูปแบบ และที่สำคัญฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐที่ดูแลรับผิดชอบทั้งด้านความมั่นคง และฝ่ายปกครองยังไม่มีแนวทาง หรือมาตรการในการป้องกันและปราบปราม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้เลย

ในทางตรงกันข้ามยิ่งเห็นแนวโน้มรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีเสียงวิจารณ์ว่า “การข่าว” ของฝ่ายทางการนาทีนี้ถือว่า “ล้มเหลว” โดยสิ้นเชิง

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกฝ่ายคงต้องเพิ่มมาตรการระมัดระวัง และประสานความร่วมมือ โดยเฉพาะการข่าวให้เร็วกว่านี้

“เหตุการณ์ล่าสุดที่ จ.นราธิวาส ถ้าการข่าวเราดี ผู้ก่อการร้ายคงไม่มาในลักษณะอาวุธครบมือเช่นนี้ จึงต้องมาวิเคราะห์สถานการณ์อย่างหนักจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และในวันนี้หลายคนคิดว่า ต้องทำควบคู่กันไปกับการป้องกัน และการดูแลพื้นที่ รวมทั้งการเจรจากับผู้ที่เห็นต่าง ซึ่งต้องรีบดำเนินการด้วย และวิเคราะห์สถานการณ์ให้ต่อเนื่องกันไป อย่างไรก็ดี ยืนยันว่า ยังสนับสนุนให้เดินหน้าเจรจาอย่างยั่งยืน เพราะเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน”

แม้ว่าใครจะมีท่าทีอย่างไรกับความเห็นดังกล่าว แต่เฉพาะประเด็นเรื่อง “การข่าว” ถือว่าเป็น “จุดอ่อน” ของฝ่ายรัฐในพื้นที่ชายแดนใต้ และนี่อาจเป็น “หัวใจหลัก” สำหรับการรักษาความสงบในพื้นที่ให้กลับคืนมา เพราะหากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าในพื้นที่ส่วนอื่นของประเทศเจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนหาข่าวได้ดีกว่าสามารถสืบเสาะหาเบาะแสคนร้ายได้ไม่นานหลังเกิดเหตุ แต่สำหรับในพื้นที่ชายแดนใต้ ทุกอย่างกลับตรงกันข้าม

เพราะขนาดคนร้ายมากันเป็นขบวนใช้รถกระบะขนอาวุธครบมือเมื่อก่อเหตุแล้วยังสามารถหลบหนีไปได้อย่างลอยนวล หลบหนีเข้าไปกบดานในบ้านของชาวบ้าน ซึ่งหากพิจารณาจากเหตุการณ์ในอดีตเจ้าหน้าที่แทบจะไม่สามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้เลย

นั่นสะท้อนให้เห็นว่า ชาวบ้านในพื้นที่ “ยังไม่ให้ความร่วมมือ” มากนัก จะเป็นด้วยเหตุผลใดก็ว่ากันไป แต่ชี้ให้เห็นว่าที่ผ่านมา รัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เคยย้ำนโยบายดับไฟใต้เมื่อตอนรับตำแหน่งใหม่ๆว่า รัฐบาลจะเน้นยุทธศาสตร์ “พระราชทาน” คือ “เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา” แต่เมื่อถึงเวลานี้เมื่อสถานการณ์ความรุนแรงยังไม่ลดลงก็ยังถือว่า ไม่ได้นำมาใช้จริง หรือ ฝ่ายรัฐบาลไม่เข้าใจยุทธศาสตร์ดังกล่าวนั่นเอง

อย่างไรก็ดี เมื่อสถานการณ์มาถึงตรงนี้ เมื่อความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ยังไม่มีแนวโน้มลดลง ตรงกันข้ามมีแต่เพิ่มดีกรีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม ความสูญเสียมากขึ้น ก็ต้องบอกว่านี่คือ “อีกหนึ่งความล้มเหลว”ของ รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งสามารถเพิ่มเข้า “บัญชีซักฟอก” ของฝ่ายค้านในอนาคตอันใกล้ นอกเหนือจากกรณีอื่นๆที่กำลังประดังเข้ามาไม่หยุดหย่อน สะท้อนความไร้ประสิทธิภาพของตัวผู้นำได้ดีที่สุด !!