คืบหน้า! จัดตั้ง “กระทรวงการกีฬา” เผย วงถก กำหนดบทบาท ภารกิจ โครงสร้างกระทรวงใหม่ จ่อดึง “กรมการท่องเที่ยว” แจม คาดปรับบทบาทให้เข้าสู่หน่วยงานด้านกีฬา ส่วน “กรมพลฯ-กกท.-สป.กก.-หน่วยงานในส่วนภูมิภาค” ให้ทบทวนภารกิจ “ลดความซ้ำซ้อน” ก่อนโครงสร้างใหม่ ส่วน “อัตรากำลัง” ใช้เกณฑ์ ไม่เพิ่มคน ไม่เพิ่มงบประมาณ
วันนี้ (23 ก.ค.) มีรายงานจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการรองรับการปรับโครงสร้างภาครัฐและการจัดตั้ง “กระทรวงการกีฬา” เพื่อดำเนินการตามร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม
ภายหลังคณะกรรมการติดตามความคืบหน้าการปรับโครงสร้างส่วนราชการตามนโยบายรัฐบาล ที่มี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ สั่งการให้จัดตั้งกลไกหรือคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายหลังรับทราบการ
ล่าสุด ที่ประชุมเพื่อกำหนดแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ เฉพาะ “กระทรวงการกีฬา” มี นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวง นั่งเป็นประธาน
โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (สป.กก.) กรมการท่องเที่ยว และกรมพลศึกษา
ได้ร่วมกันพิจารณา กำหนดบทบาท ภารกิจ และโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ “การปรับบทบาทของกรมการท่องเที่ยว” การกำหนดภารกิจของกรมพลศึกษาและการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)
“ให้มีความชัดเจน ลดความซ้ำซ้อน ตลอดจนทบทวนบทบาทของสำนักงานปลัดกระทรวง (สป.กก.) และหน่วยงานในส่วนภูมิภาค เพื่อให้โครงสร้างใหม่สามารถรองรับทิศทางการพัฒนากีฬาของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่ประชุมยังได้พิจารณาถึงการบริหารอัตรากำลังและทรัพยากรภาครัฐอย่างคุ้มค่า โดยการปรับโครงสร้างจะยึดหลัก “ไม่เพิ่มอัตรากำลัง ไม่เพิ่มภาระงบประมาณ”
พร้อมมอบหมายให้ทุกหน่วยงานเร่งทบทวนภารกิจ อัตรากำลัง และโครงสร้างองค์กรของตนเองอย่างละเอียด เพื่อจัดทำข้อเสนอที่มีความชัดเจน เหมาะสม และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง
โดยพบว่า อัตรากำลัง และการบริหารทรัพยากรบุคคล ล่าสุด หน่วยงานในสังกัด ได้แก่ สํานักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมการท่องเที่ยว กรมพลศึกษา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
การกีฬาแห่งประเทศไทย องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ มีอัตรากําลัง จํานวน 5,187 อัตรา
ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในที่ประชุมว่า ข้อมูลและข้อเสนอจากการประชุมครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางการจัดโครงสร้างองค์กรด้านกีฬาของประเทศ
โดยเป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการจัดตั้งกระทรวงใหม่ แต่ต้องทำให้โครงสร้างใหม่สามารถยกระดับประสิทธิภาพการบริหารงานด้านกีฬา ขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างมีเอกภาพ และตอบโจทย์การพัฒนากีฬาของประเทศในระยะยาว
“การปรับโครงสร้างครั้งนี้ต้องทำให้ภารกิจด้านกีฬามีความชัดเจน ลดความซ้ำซ้อน และใช้ทรัพยากรของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้โครงสร้างใหม่เป็นกลไกที่สามารถขับเคลื่อนการกีฬาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงกีฬา การพัฒนานักกีฬา ไปจนถึงการต่อยอดกีฬาเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ”
สัปดาห์ที่แล้ว ที่ประชุมติดตามความคืบหน้าการปรับโครงสร้างส่วนราชการตามนโยบายรัฐบาล ที่มี นางศุภจี มีข้อสั่งการให้เร่งรัดการพิจารณาประเด็นด้านภารกิจ อัตรากำลัง และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้สำนักงาน ก.พ.ร. จัดทำแผนงานและกรอบระยะเวลาการดำเนินงาน (Timeline) อย่างชัดเจน
และให้รายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุมชุดนี้ เป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้การปรับโครงสร้างและการจัดตั้งกระทรวงใหม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของรัฐบาล.


