ภาครัฐผนึกกำลัง 5 กองทุนเดินหน้าฟื้นฟูแม่น้ำวัง ควบคู่ลดไฟป่า การเผาไหม้ ภัยแล้ง น้ำเสีย ก๊าซเรือนกระจกเพิ่มพื้นที่สีเขียว ยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อม หวังลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมต่อยอดเป็นโมเดลระดับประเทศ
เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 69 ที่อาคารหอประชุมจังหวัดลำปาง ศาลากลางจังหวัดลำปาง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับจังหวัดลำปาง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) และภาคีเครือข่ายจังหวัดลำปาง จัดพิธีประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนการบูรณาการระหว่างกองทุนด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พื้นที่นำร่วมจังหวัดลำปาง “แม่น้ำวัง สายน้ำชีวิต สานพลังภาคี สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อมุ่งขับเคลื่อนให้จังหวัดลำปางเป็นเมืองสุขภาวะที่ดีและยั่งยืน ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า ลำปาง เป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งอากาศร้อน ไฟป่า ขยะ และก๊าซเรือนกระจก ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลสภาพด้านสภาพภูมิอากาศเราพูดมาตลอด อย่างเช่น ปัญหา pm 2.5 ทั้งนี้จากรายงานก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวระดับจังหวัด โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) พบว่า ในปี 2562 จ.ลำปาง ปล่อยก๊าซเรือนกระจก 17.35 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และมีอุณหภูมิสูงสุดถึง 44.2 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีอุณหภูมิสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศติดต่อกัน 11 วัน ขณะเดียวกันสถานการณ์คุณภาพแม่น้ำวังในปัจจุบัน มีดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดินอยู่ในระดับพอใช้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาภัยแล้งและการเสื่อมโทรมของคุณภาพน้ำในบางช่วงของปี จึงจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการขยายตัวของเมือง
ผวจ.ลำปาง กล่าวอีกว่า เรามองเห็นแม่น้ำวัง ไม่สะอาด และได้มีโอกาสพูดคุยกับท้องถิ่นเช่น เทศบาลนคร ซึ่งมีเจตนาต้องการแก้ไขแม่น้ำวังซึ่งเป็นสายน้ำหล่อเลี้ยงชาวลำปางให้กลับมามีชีวิต ซึ่งแม้ว่าจะมีการจัดการบริหารแม่น้ำวังในเขตเมืองแต่ยังไม่สมบูรณ์แบบ เรามีการทำบ่อบำบัดน้ำจัดการน้ำเสียที่ลุ่มน้ำสบตุ๋ย ต้นปีที่ผ่านมาเราขอให้กรมเจ้าท่าสำรวจออกแบบการขุดลอกแม่น้ำวังทั้งระบซึ่งจะใช้งบประมาณเกือบ 400 ล้านบาทในการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้”
“การบูรณาการระหว่างกองทุนด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของทั้ง 5 กองทุน ตอบโจทย์ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพคนในพื้นที่ได้อย่างตรงจุด ซึ่งปีนี้จะขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด ‘แม่น้ำวัง...สายน้ำแห่งชีวิตของจังหวัดลำปาง’ ครอบคลุมการบริหารจัดการน้ำ การฟื้นฟูระบบนิเวศ การจัดการน้ำเสีย การใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ การลดไฟป่า การลดการเผาในที่โล่ง การเพิ่มพื้นที่ป่าชุมชน การจัดการขยะ การลดการใช้พลังงาน การส่งเสริมอุตสาหกรรมสะอาด และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และพร้อมพร้อมนำไปขยายผลในพื้นที่อื่นต่อไป”
ด้าน ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการ สสส. และประธานคณะทำงานความร่วมมือระหว่างกองทุนด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กล่าวว่า จากข้อมูลของแผนพัฒนาจังหวัดลำปาง พ.ศ. 2566-2570 ฉบับทบทวนประจำปี พ.ศ. 2568 พบว่า จ.ลำปางประสบปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาคุณภาพน้ำแม่วังน้ำเสื่อมโทรม ปัญหาการบุกรุกป่าชุมชน ปัญหาหมอกควันไฟป่า ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข ที่พบว่า ในปี 2563 จ.ลำปางมีอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดสูงที่สุดในประเทศคิดเป็น 44.87 คนต่อแสนประชากร ทั้งที่อัตราการสูบบุหรี่ไม่ได้สูงเมื่อเทียบกับหลายจังหวัด สะท้อนถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยเฉพาะต่อเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง สสส. มองเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาวะให้ครอบคลุมในทุกมิติ การที่จะมีสุขภาพดีได้ต้องมีปัจจัยหลายส่วน สภาพแวดล้อมจะกำหนดพฤติกรรมของเรา ดังนั้นเวลาเราจะจัดการให้คนสุขภาพดีได้ เราจึงต้องจัดการสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายและการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด โดยทั้ง 5 กองทุนได้ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกัน คือ 1.ลดพื้นที่การเผาไหม้ลง 10% 2.ลดผลกระทบต่อสุขภาพของกลุ่มเปราะบาง 5% 3.เพิ่มการนำของเสียไปใช้ประโยชน์ 5% 4.เพิ่มพื้นที่สีเขียวและป่าชุมชน 10% 5.เพิ่มการนำองค์ความรู้/นวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ 5% และ 6.เพิ่มคุณภาพน้ำแม่วัง หากทุกฝ่ายสามารถบูรณาการร่วมมือได้ จะทำให้เรามีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี ชุมชนสามารถรับมือกับมลพิษสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนได้
“การประกาศเจตนารมณ์ในวันนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารงานภาครัฐรูปแบบใหม่ ที่จะมุ่งการแก้ไขปัญหาที่เชื่อมโยงกับสุขภาพของคนไทย โดยนำศักยภาพของ 5 กองทุนมาร่วมกันดำเนินงานภายใต้เป้าหมายเดียวกัน ทั้งการแบ่งปันงานวิจัย-ข้อมูล-เทคโนโลยี-นวัตกรรม การเชื่อมโยงงบประมาณ การเสริมหนุนภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา และสร้างผลลัพธ์ที่มากกว่า”
ด้าน รศ.ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาตร์วิจัยและนวัตกรรม(สกสว.) กล่าวว่า เราพบว่ามีวิกฤติซ้อนวิกฤติ คือ เรื่องของ pm 2.5 นอกจากนี้ลำปางยังมีวิกฤติการเปลี่ยนผ่านพลังงานถ่านหินเหมืองแม่เมาะ ซึ่งเคยเป็นเหตุของสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ซึ่งปัจจุบันได้รับการแก้ไขแล้ว การประกาศเจตนารมณ์ของทั้ง 5 กองทุนในครั้งนี้ ทุกปัญหาเราจะร้อยเรียงเชื่อมโยงการทำงาน สกสว.ก็จะทำหน้าที่เป็นคลังสมอง เรามีองค์ความรู้ มีบุคลากร มีระบบนิเวศน์ที่ช่วยสร้างได้ เรามีนักวิจัยในพื้นที่เกี่ยวข้อง เข้ามาช่วย และมีเครื่องมือให้ทุกหน่วยงานนำไปปรับใช้ได้ อย่างเช่น ตอนนี้เรามีงานวิจัยระบบเตือนภัยฝุ่นระดับตำบลให้คนท้องถิ่นรู้ว่าอากาศไม่ปลอดภัย โดยเรามีนวัตกรรมตัวกรองฝุ่นให้พื้นที่ เป็นต้น นี่คือ ความพร้อมที่เรามีและพร้อมจะสนับสนุนการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกัน เพื่อให้ลำปางมีความยั่งยืน โดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลาง
“พลังแห่งความรู้และนวัตกรรม เมื่อผสานกับความร่วมมือของทุกภาคส่วนจะช่วยให้ลำปางเป็นต้นแบบความหวังด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนของประเทศไทยได้อย่างแน่นอน”


