ข่าวปนคน คนปนข่าว
++ เก้าอี้เกษตรฯเดือด! สูตรลับ 25% ออกฤทธิ์ "ลุงยะ" ออกตัวล้อฟรี เรื่องแต่งตั้งโยกย้าย ไม่เกี่ยวกับผม
ต่อเนื่องจากเมื่อวันวาน ที่บอกให้จับตา...และแล้ว “ลุงยะ-สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็หิ้วซองแต่งตั้งโยกย้ายเข้า ครม. สมใจนึก! แต่ช้าก่อน... รอบนี้ปล่อยมาแค่เก้าอี้เดียวดัน “รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ขึ้นชั้นนั่งปลัดกระทรวงเกษตรฯ คนใหม่ ไร้รอยต่อตามนัด!
ส่วนเก้าอี้อธิบดีกรม เกรด A B C ทั้งหลาย "ลุงยะ" บอกรอแป๊บ สัปดาห์หน้าชัวร์ โดยอ้างข้อกฎหมาย และคำแนะนำจาก “ปกรณ์ นิลประพันธ์”เนติบริกรของรัฐบาล ว่า ต้องให้ปลัดใหม่ป้ายแดงลงนามเสนอตามขั้นตอน แถมออกตัวล้อฟรีแบบทรงเดิม เป๊ะๆ ว่า..เรื่องแต่งตั้งโยกย้ายระดับอธิบดี เป็นเรื่องของปลัดกระทรวง ผมไม่ได้เกี่ยวเล้ยยย
แต่กระแสที่ฉาวหึ่งไปทั้งกระทรวงหมูเห็ดเป็ดกา มันไม่ใช่แค่เรื่องใครใหญ่ ใครไป แต่คือ “สูตรลับ 25%” ที่คนในเขาซุบซิบกันให้แซ่ด ว่าใครไม่สนองสูตรนี้ก็ไม่มีโอกาสโชว์ผลงาน โดยข่าวลือหนาหูว่า เก้าอี้ใหญ่รอบนี้ ไม่ได้วัดกันที่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือ ผลงานขยับราคาพืชผล... แต่วัดกันที่ใครทำ “ตัวเลข25%” ได้เข้าตา!
งานนี้ ข้าราชการสายลุยงานได้แต่นั่งตาปริบๆ ใครทำตามเงื่อนไขไม่ได้ ก็เตรียมโดนเด้งไปอยู่กรมแห้งๆ สายลมแสงแดด
เรียกว่า ตอนนี้เก้าอี้กระทรวงฯเกษตรฯ เดือดปุด จน "อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์” อดีตโฆษกกระทรวงเกษตรฯ ทนไม่ไหว ต้องออกมาตั้งคำถามแทงใจดำ สรุปแล้วกระทรวงนี้เขาจัดทัพเพื่อแก้ปัญหาปากท้องเกษตรกร หรือว่าย้ายเพื่อ “สนองเรื่องเงิน... มากกว่าเรื่องงาน” กันแน่ ?
“อัยรินทร์” ฟาดยับว่า วันนี้เกษตรกรไม่ได้รอว่าใครจะเป็นอธิบดี แต่กำลังจับตาว่ารัฐมนตรีมีผลงานอะไรบ้าง หากภาพจำยังวนเวียนอยู่กับเรื่องโยกย้ายมากกว่าเรื่องปากท้อง สังคมก็มีสิทธิถามว่า...จัดลำดับความสำคัญถูกหรือยัง?
นี่คือเสียงสะท้อนตรงๆ จากอดีตคนในกระทรวง
ด้าน “ลุงยะ” พอโดนตั้งคำถาม โดยเฉพาะ “ผู้กองนัส” ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตเจ้าของพื้นที่เดิม และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ปูดข่าวเรื่องย้ายข้าราชการไม่เป็นธรรม ก็ทำหน้าเฉยชา โต้กลับนิ่มๆ ตามสไตล์นักการเมืองรุ่นใหญ่ ว่า...เป็นฝ่ายค้านก็ต้องตรวจสอบเป็นธรรมดา ยืนยันไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ใดๆ ตัวเองเป็นรัฐมนตรีมาตั้งแต่ยุคทักษิณ ไม่เคยมีปัญหาเรื่องพวกนี้ให้เห็น
แหม่... ฟังแล้วก็เพลินดี พี่น้อง! แต่สัปดาห์หน้า วันที่ 27 ก.ค.นี้ แหละของจริง! เมื่อโผอธิบดีคลอดออกมา สังคมคงได้เห็นกันเต็มตาว่า...รายชื่อที่เคาะออกมานั้น ตอบโจทย์ "คนทำงาน" หรือตอบโจทย์ "สูตร 25%" กันแน่!
สัปดาห์หน้ามีเฉลย!
++ iLaw เปิด 9 รายชื่อ รมต.-สส.ภูมิใจไทย ติดบ่วงคดีฮั้ว สว.
“คดีฮั้วสว.” เป็นหนึ่งในปมปัญหาที่ฉุดเรตติ้งของขั้วการเมืองสีน้ำเงิน เพราะจากข้อมูลหลักฐาน สำนวนคดี ที่ “ดีเอสไอ” รวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ บ่งบอกว่ามีการทำเป็นขบวนการจริง ตั้งแต่ขั้นตอนการรับสมัคร การเลือกกันเอง เลือกไขว้ กระทั่งเลือกขั้นตอนสุดท้ายตามโผที่จดให้ มีการนัดแนะ รวมตัวก่อนการโหวต มีกระทั่งเส้นเงินของขบวนการฮั้ว
ขณะนี้ “คดีฮั้วสว.”อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ กกต. ซึ่งตามสำนวน มีผู้ถูกกล่าวหา ถึง 229 คน
ล่าสุด “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ “iLaw” ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตครั้งนี้ ไปมอบให้กับ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” ประธานวิปฝ่ายค้าน เพื่อดำเนินการ โดยอ้างอิงจากคำให้การของพยานว่า มีนักการเมือง รัฐมนตรี ในขั้วสีน้ำเงิน มีส่วนเกี่ยวข้องถึง 9 คน ดังนี้
1.“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในปี 67 ที่มีการเลือกสว.นั้น เป็นรองนายกฯ ในระหว่างการเลือกสว. มีพยาน พบ “อนุทิน” ที่อาคารรัฐสภา เพื่อขอให้ช่วยในการเลือกสว. แต่ “อนุทิน” รักษาท่าที โดยให้หมายเลข โทรศัพท์ ของคนที่เกี่ยวข้องและให้ไปคุยกันเอง เมื่อโทรไปคุยบุคคลปลายสาย คือ “สุขสมรวย วันทนียกุล” สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย ที่เป็นผู้จัดการประสานงาน
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 67 มีพยานยืนยันหลายคนว่า เห็น “อนุทิน” ไปนั่งพูดคุยกับ สว.จำนวนมากกว่า 100 คน ที่โรงแรมพูลแมนฯ ซอยรางน้ำ หลังจากการประชุมครั้งนั้น ได้ผลลัพธ์ว่าจะเลือกให้ใครเป็นประธานวุฒิสภา และรองประธานฯ 2 คน แล้วเมื่อวันเลือกจริง ผลที่ออกมา ก็เป็นไปตามนั้น
2. “ทรงศักดิ์ ทองศรี” รองนายกรัฐมนตรี เป็น สส.บุรีรัมย์ มาแล้วหลายสมัย และบุคคลในครอบครัว ก็อยู่ในแวดวงการเมือง โดย “พรเพิ่ม ทองศรี” พี่ชาย ก็เป็น สว.ชุดปัจจุบัน พยานในจังหวัดภาคอีสาน เล่าว่า กระบวนการก่อนการเลือก สว. ถูกเชิญไปที่ โรงแรมณัฐพงษ์ แกรนด์ หนองบัวลำภู พบผู้สมัครสว.คนหนึ่ง เป็นผู้ดำเนินการประชุม และประกาศในที่ประชุมว่า เป็นคำสั่งของ “ทรงศักดิ์” ให้แบ่งรายชื่อกันให้ชัดเจน ว่าใครอยู่กลุ่มไหน และจะนำรายชื่อทั้งหมดส่งให้ “ทรงศักดิ์” ทราบ และได้รับแจ้งว่า ให้ไปนั่งพักในห้องพักที่โรงแรม จะมีคนของ “ทรงศักดิ์”นำค่าตอบแทนไปให้ แต่สุดท้ายพยานคนนี้ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยสว.
3. “ภราดร ปริศนานันทกุล” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พยานคนหนึ่งที่เคยเป็น สส.พรรคภูมิใจไทย เล่าว่า “ภราดร” เป็นคนศึกษาข้อมูลและออกแบบกลไกกระบวนการ ที่ต้องวางแผนส่งผู้สมัครไปลงตามจังหวัดต่างๆ โดยเน้นไปที่จังหวัดที่มีอำเภอน้อย เพื่อเสนอต่อ กก.บห.พรรคภูมิใจไทย และขอเงินสนับสนุน ต่อผู้สมัครคนละ 10,000 บาท สำหรับผู้สมัครที่เข้ารอบไปถึงระดับประเทศได้ จะได้รับเงินคนละ 40,000 บาท
4. “กรวีร์ ปริศนานันทกุล” ประธานวิปรัฐบาล น้องชายของ “ภราดร” พยานคนหนึ่งเล่าว่า ผู้ช่วย สส.ของ “กรวีร์” ทำหน้าที่ขับรถพาผู้สมัคร สว.ไปที่โรงแรม จ.นครนายก เพื่อเข้าร่วมประชุมเตรียมการเลือก ร่วมกับผู้สมัคร สว.อีกจำนวนหนึ่ง เมื่อเสร็จจาก จ.นครนายก ก็พาไปต่อที่โรงแรมมารวยการ์เด้น เพื่อให้ผู้สมัครจากจ.อ่างทอง เดินทางมาพัก ก่อนการเลือกระดับประเทศ
5. “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ที่ช่วงนั้นเป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้แต่งตั้งที่ปรึกษารัฐมนตรี คือ “พิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ” ซึ่งปัจจุบันเป็นสว. ทั้ง 2 คนนี้ นอกจากจะเคยทำงานด้วยกันแล้วยังมีสถานะเป็นลูกพี่ลูกน้องกันด้วย และภรรยาของ พิพัฒน์ ยังมีความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นเครือญาติ เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ “ประเทือง มนตรี” และลูกชายของ ประเทือง เป็นผู้ประสานงานให้ผู้สมัครทุกคนมาพูดคุยกันที่โรงแรมอัศวิน ก่อนที่จะมีการเลือกระดับประเทศ แล้วยังมีพยานพบว่า ภรรยาของ พิพัฒน์ พร้อมลูกสาว ได้เข้าร่วมเพื่อเตรียมการเลือกสว.ที่โรงแรม ธาราแกรนด์ปทุมธานี ด้วย
6. “นภินทร ศรีสรรพางค์” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ช่วงนั้น เป็น รมช.พาณิชย์ มีผู้สมัคร สว. ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม เปิดเผยว่าได้เข้าพบ “นภินทร”ที่ห้องทำงาน ที่กระทรวงพาณิชย์ แล้วมีการพูดคุย ตกลงและขอให้ลงชื่อในใบลาออกของ สว.เตรียมเอาไว้ ซึ่งคนใกล้ชิดกับ “นภิณทร” ก็บอกว่ามีการขอเข้าพบจริงแต่ไม่ทราบรายละเอียดว่า มีการช่วยเหลือกันหรือไม่
7. “สุขสมรวย วันทนียกุล” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่พยานเปิดเผยว่า สามีของเธอ ได้มาชักชวนให้ไปเป็นผู้สมัครสว.ใน จ.อำนาจเจริญ และได้จ่ายเงิน 6,000 บาท เป็นค่าป่วยการ ระหว่างนั้น ยังมีการจัดประชุมที่ รีสอร์ท สุขสำราญ จ.อำนาจเจริญ ด้วย และยังพบว่ามีคนนามสกุลเดียวกับ สุขสำรวย ลงสมัครกลุ่มสตรี ทั้งที่ จ.อำนาจเจริญ และ จ.สงขลา
8. “พิชัย ชมภูพล” สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย ก่อนวันเลือกสว. มีเงินโอนเข้าบัญชี พิชัย จำนวน 500,000 บาท พยานที่เป็นผู้โอนเงิน บอกเพียงว่าเป็นการยืมเงินกัน จึงอยากให้ตรวจสอบว่าความจริงเป็นอย่างไร และยังพบข้อมูลว่า “สุบิน ศักดา” ผู้ช่วย สส.ของ “พิชัย” ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินของ DSI เพราะมีการโอนเงินเกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงการเลือก สว. เป็นการโอนเงินให้กับผู้สมัครสว.จำนวนหนึ่ง และ พยานยังพบการกระทำ ผู้ช่วย สส.อีกคนหนึ่ง ของ “พิชัย” ที่ขับรถพาผู้สมัครสว.จำนวนกว่า 10 คน ไปสมัครที่ อ.ท่าช้าง จ.สุราษฎร์ธานี และยังพบข้อมูลทางการเงินของเสมียนพรรคภูมิใจไทย จ.สุราษฎร์ธานี เขต 6 ที่ทำงานร่วมกับ พิชัย ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน คนนี้ได้โอนเงินหลักหมื่นบาท และหลักแสนบาทหลายครั้ง ในระหว่างเดือนพ.ค.และ มิ.ย.67 และเป็นการโอนให้กับผู้สมัครสว.ด้วย
9. “ศุภชัย โพธิ์สุ” อดีตรองประธานสภาฯ ที่ปรากฏอยู่ในคลิปงานเลี้ยง สว. ที่ จ.นครพนม และเป็นที่มาของคำกล่าวที่ว่า นี่คือ "สว.สีน้ำเงิน" พยานหลายคนจาก จ.นครพนม ยืนยันว่าพบกับ ศุภชัย ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จ.พระนครศรีอยุธยาในช่วงก่อนวันเลือกสว. และศุภชัย ได้อยู่ในห้องที่มีกระบวนการคุยกันจัดทำโพย และสั่งให้ผู้สมัครแต่ละคนตีตาราง และจดหมายเลขที่ต้องเลือกลงไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก iLaw ดังกล่าว “อนุทิน ชาญวีรกูล” ทำใจดีสู้เสือ บอกว่า เป็นข้อมูลที่เชื่อถือไม่ได้
ต้องติดตามว่า ประเด็นร้อนเรื่องฮั้วสว.นี้ ทาง กกต. จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาหรือไม่ ในช่วงเดือนกันยายนนี้ และน่าจะเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับ ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลพอดี
ถ้าเรื่องนี้ถึงศาลฎีกา และศาลฯ รับไว้พิจารณา ก็จะมีคำสั่งให้รัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ การเมืองจะโกลาหลแค่ไหน ลองจินตนาการดู!


