xs
xsm
sm
md
lg

สงครามรอบใหม่ “ประตูนรก”กำลังเปิด!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อนุทิน ชาญวีรกูล - กอปศักดิ์ ภูตระกูล
เมืองไทย 360 องศา

ต้องเรียกว่าดุเดือดร้อนแรงขึ้นมาอีกรอบ กับการถล่มและการตอบโต้กันระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน โดยล่าสุดมีรายงานว่าสหรัฐฯได้ถล่มอิหร่านอย่างต่อเนื่องเป็นคืนที่ 9 แล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ขณะที่ฝ่ายอิหร่านก็ตอบโต้ไม่ลดราวาศอก ทำให้ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตในฐานทัพที่จอร์แดนไป 2 ราย สูญหายอีก 1 และเสียชีวิตในฐานทัพที่อิรักอีก 1 ราย ขณะเดียวกันมีแนวโน้มว่าสงครามอาจขยายวง โดยอาจจะมีอิสราเอล และกลุ่มฮูตี เข้ามาร่วมวงสงครามครั้งใหม่นี้อีกครั้งก็เป็นไปได้สูงมาก


มีรายงานว่า อเมริกาโจมตีอิหร่านต่อเนื่องคืนที่ 8 ต่อเนื่องคืนที่ 9 หลังเปิดเผยว่า ทหารอเมริกันเสียชีวิต 2 นายในจอร์แดน และสูญหายอีก1 นาย ขณะที่เตหะรานสวนกลับด้วยการถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวต เมื่อเช้าวันอาทิตย์ (19 ก.ค.) นอกจากนั้น มอจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่านยังออกแถลงการณ์ชี้การกระทำของวอชิงตันฟ้องว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจของทรัมป์ ไร้ค่าและปราศจากความน่าเชื่อถือ เตือนอเมริกาจะได้รับบทเรียนที่ไม่มีวันลืมลง

กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงว่า การโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 18.00 น. วันเสาร์ (18 ก.ค.) ตามคำสั่งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อบ่อนทำลายความสามารถของเตหะราน ในการคุกคามการขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งเพื่อลงโทษกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่โจมตีฐานทัพอเมริกันในจอร์แดนเมื่อวันศุกร์ (17 ก.ค.)

แถลงการณ์แจงว่า มีการโจมตีระบบตรวจการณ์ชายฝั่ง ระบบป้องกันภัยทางอากาศ โครงสร้างพื้นฐานด้านลอจิสติกส์ทางทหาร คลังอาวุธใต้ดิน และปฏิบัติการทางทะเลของอิหร่าน

ทางด้านสำนักข่าวเมห์รของอิหร่าน รายงานว่า อเมริกาโจมตีใกล้เมืองซิริกทางตอนใต้ แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บล้มตาย หรือโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหาย ขณะที่สำนักข่าวทาสนิมรายงานว่า กองทัพอเมริกาโจมตีเป้าหมายใกล้เมืองชาเดแกน ที่อยู่ใกล้ชายแดนติดกับอิรัก

ต่อมาเมื่อเช้าวันอาทิตย์ สถานีทีวีของทางการอิหร่านรายงานว่า กองทัพได้ตอบโต้ด้วยการส่งโดรนโจมตีทรัพย์สินและอุปกรณ์ทางทหารของอเมริกา ในค่ายอัล-อดิรี ศูนย์สนับสนุนทางทหารในค่ายอาริฟจาน และทำลายสถานีเรดาร์ในฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเล็มในคูเวต

ด้านกองทัพคูเวต เผยว่า สกัดขีปนาวุธทิ้งตัวและโดรนของอิหร่าน และมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงรวมทั้งพนักงานในอุตสาหกรรมน้ำมันบางส่วนได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้น คูเวต ปิโตรเลียม คอร์เปอเรชันระบุว่า โรงงานผลิตน้ำมันแห่งหนึ่งถูกโจมตีหลายระลอกและได้รับความเสียหายหนัก และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ

IRGC ยังโจมตีฐานทัพอากาศชีค อิซา ที่จัดเก็บเครื่องบินรบของอเมริกา และศูนย์ข้อมูลข่าวกรองในบาห์เรน รวมทั้งทำลายเครื่องบินขับไล่ของอเมริกา อย่างน้อย 2 ลำ และเครื่องบินอื่นๆ อีก 2 ลำ ระหว่างการโจมตีฐานทัพอเมริกันในอัล อัซรากของจอร์แดน ด้วยขีปนาวุธและโดรนเมื่อเช้าวันเสาร์

ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนั้น ระบบเตือนภัยของซาอุดีอาระเบียส่งสัญญาณเตือนประชาชนในเมืองอัล-คาร์จ และยานบู ให้หาที่หลบภัย ทั้งนี้ อัล-คาร์จ ที่อยู่ทางตะวันออกของกรุงริยาด เป็นที่ตั้งฐานทัพที่มีทหารอเมริกันประจำการอยู่ ส่วนยานบู ที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลแดง มีคลังน้ำมันสำหรับส่งออก

แหล่งข่าววงในสองคนเผยว่า เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 เดือน ที่มีการเตือนภัยการโจมตีในซาอุดีอาระเบีย และการโจมตีพันธมิตรของอเมริกาในอ่าวเปอร์เซียระลอกนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สะพาน โรงไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ของอิหร่านถูกอเมริกาโจมตี

จากรายงานข่าวดังกล่าว ย่อมแสดงให้เห็นว่า สงครามรอบนี้ น่าจะมีแนวโน้มความรุนแรง และความเสียหายไม่น้อยกว่าครั้งแรก แต่ครั้งล่าสุดนี้ มีข้อน่าสังเกตก็คือ การโจมตีของสหรัฐอเมริกา จะเน้นโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็น โรงไฟฟ้า สะพาน ถนนหนทาง และที่สำคัญยังมีการโจมตีคลังน้ำมันอีกด้วย โดยเฉพาะในประเทศพันธมิตรสหรัฐฯที่ถูกอิหร่านโจมตี นอกเหนือจากฐานทัพทางทหารที่ถูกโจมตีตอบโต้จนได้รับความเสียหาย

การโจมตีในลักษณะที่ขยายวงกว้างแบบนี้แหละที่น่ากลัว เพราะนั่นหมายความว่า วิกฤตด้านพลังงาน และตามมาด้วยวิกฤตเศรษฐกิจระลอกใหญ่กำลังมีแนวโน้มกลับมาอีกครั้ง เป็นไปได้สูงมาก รวมไปถึงการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ และการปิดกั้นเส้นทางขนส่งในทะเลแดงจากฝั่งฮูตีในเยเมน มันก็ยิ่งสร้างวิกฤตด้านพลังงานให้กลับมาอีกครั้ง

ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจอย่าง ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความเรื่อง “ราคาน้ำมันโลกเข้าสู่ Code Yellow อีกครั้ง !!!” เนื้อหาระบุว่า ล่าสุด Brent อยู่ที่ 91.2 ดอลล่าร์ต่อบาเรล จากการยิงเรือขนสินค้า เรือบรรทุกน้ำมัน การเริ่มตอบโต้ไปมาของ 2 ฝ่าย การฉีกข้อตกลง การสูญเสียชีวิตทหารสหรัฐ การถล่มอิหร่านติดต่อกัน 7 คืน การโจมตีโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ การสั่ง Open the Gates of Hell

ในสัปดาห์นี้ สงครามพร้อมยกระดับขึ้นอีกขั้น คำขู่ของ President Trump ที่จะถล่มสะพาน โรงงานไฟฟ้าทั้งหมดของอิหร่าน

ส่วนอิหร่านขู่กลับว่า ถ้าทำเช่นนั้นจริง โครงสร้างการผลิตพลังงาน และโครงสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ ในตะวันออกกลาง ก็จะเป็นเป้าหมายเช่นกัน รวมถึง การปิดช่องแคบ Bab el-Mandeb ของฮูตี กระทบการส่งออกน้ำมันผ่านทะเลแดง การขนส่งสินค้าของโลก ทำให้ล่าสุด ราคาน้ำมันโลกกลับมาทะลุระดับ 90 ดอลล่าร์อีกครั้ง ขึ้นมา +30% จากเมื่อต้นกรกฎาคม ที่ลงกลับไประดับ 70 ดอลล่าร์ ใกล้ๆ กับก่อนเริ่มโจมตีอิหร่าน เมื่อปลายกุมภาพันธ์

ทั้งหมด หมายความว่า โลกและไทย กำลังจะเผชิญกับความท้าทายจากวิกฤตสงครามตะวันออกกลางและวิกฤตพลังงาน รอบที่ 2 โดยรอบนี้ ที่น่ากังวลใจที่สุดก็คือ ทางออกทางการทูต คับแคบลงจากเดิมมาก 3 เดือนของการหยุดยิง การไกล่เกลี่ย การเจรจา ท้ายสุด นำไปสู่ความไม่เชื่อใจของทั้งสองฝ่าย

การที่การโจมตีดังกล่าวนอกจากสร้างความเสียหายทางด้านโครงสร้างด้านพลังงาน ที่แม้ว่าอาจมีการเจรจาไกล่เกลี่ยจนยุติกันอีกครั้ง แต่ก็ต้องใช้เวลานานนับปีกว่าจะซ่อม หรือสร้างขึ้นใหม่ ขณะเดียวกันการที่มีทหารสหรัฐเสียชีวิตในเวลาไล่เลี่ยกันสองสามวันติดแบบนี้ ถือว่าน่าจะ “จบยาก”

กลายเป็นว่าประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ น่าจะต้องเดินหน้าถลำลึกไปเรื่อยๆ และมีโอกาสที่แต่ลละฝ่ายจะดึงพันธมิตรเข้ามาร่วม เช่น อิสราเอล ที่ตั้งท่ารออยู่แล้ว รวมไปถึงกลุ่มฮูตี เป็นต้น รวมไปถึงกลุ่มประเทศในตะวันออกกลางอื่นๆ ที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐ ที่กำลังถูกโจมตีจนได้รับความเสียหาย

ดังนั้น จะว่าไปแล้วสงครามตะวันออกกลางรอบนี้ถือว่า น่าหนักใจไม่ต่างจากครั้งแรก โดยมีแนวโน้มความเสียหายอาจจะร้ายแรงและยาวนานกว่า โดยเฉพาะเรื่องวิกฤตการ “ขาดแคลนพลังงาน” อาจจะหวนกลับมาให้เห็นอีกครั้ง เมื่อมีการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ รวมไปถึงการโจมตีคลังน้ำมัน แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ราคาพลังงานได้พุ่งขึ้นมาอีกครั้งแล้ว แน่นอนว่าเมื่อเป็นแบบนี้ ย่อมตามมาด้วยวิกฤตเศรษฐกิจ เพราะนี่คือต้นทุนหลัก ทุกอย่างต้องแพง และรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะเตรียมรับมือได้หรือไม่ !!