กลุ่มบริษัทค้าเหล็กเกิดข้อสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับวงการเหล็กของประเทศไทย หวั่นมาตรฐานใหม่ส่อผูกขาดตลาด ชี้การจำกัดกระบวนการผลิตอาจทำให้สินค้าขาดแคลน ราคาพุ่งสูงขึ้น ลดทางเลือกของผู้บริโภค เรียกร้องให้พิจารณาคุณภาพของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเป็นหลักเพื่อการแข่งขันที่เป็นธรรม
นายประชา กุศลานุคุณ เจ้าของ บริษัท ปณคุณสตีล เอ็นเตอร์ ไพพ์ จำกัดและสมาชิกกลุ่มผู้ค้าเหล็กบริษัทอื่นๆหลายบริษัทได้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กให้แก่ภาคก่อสร้าง ภาคอุตสาหกรรม และประชาชนมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายทศวรรษ มีข้อสงสัยต่อแนวทางการกำหนดมาตรฐานที่จะจำกัดกรรมวิธีผลิตจากกระบวนการหลอมแบบIFผลิตได้แค่บางประเภท ทั้งที่กรรมวิธีผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถผลิตสินค้าได้ผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)
ผู้ค้าเหล็กทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดหาสินค้าจากผู้ผลิต ทั้งผลิตจากเตา EF และเตา IF โดยยึดหลักสำคัญคือ ผลิตภัณฑ์ต้องผ่านมาตรฐาน มอก. และเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย ผู้ค้าจึงให้ความสำคัญกับ คุณภาพของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป มากกว่าประเภทของกระบวนการผลิต
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การมีผู้ผลิตจากหลากหลายกระบวนการช่วยให้ตลาดมีการแข่งขันที่เหมาะสม ผู้ค้าสามารถจัดหาสินค้าได้ครบทุกขนาดและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านราคา ปริมาณ และระยะเวลาส่งมอบ
หากมีการจำกัดให้สามารถใช้เฉพาะเหล็กจากเตา EF จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการค้าเหล็กอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากแหล่งจัดหาสินค้าจะลดลง การแข่งขันในตลาดจะน้อยลง และอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการกระจุกตัวของตลาดหรือการผูกขาดโดยผู้ผลิตบางกลุ่ม ส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าขาดอำนาจในการต่อรอง และท้ายที่สุดผู้บริโภคอาจเป็นผู้รับภาระจากราคาสินค้าที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ จากประสบการณ์ของผู้ประกอบการค้าเหล็ก พบว่าในหลายช่วงเวลาที่ผ่านมา การจัดหาสินค้าจากผู้ผลิต EF เพียงอย่างเดียวไม่สามารถผลิตสินค้าครบไซส์ให้กับลูกค้าได้ครบถ้วน ทั้งในด้านความพร้อมของสินค้า ทำให้การก่อสร้างล่าช้าเหตุเพราะมีเหล็กไม่ครบไซส์และราคาจะสูงขึ้นรวมถึงปัญหามีเงินแต่ก็หาซื้อของไม่ได้ คุณประชากล่าวว่า จริงๆจากประสบการณ์จำหน่ายเหล็กมากกว่า30ปีที่ผ่านมา ขายเหล็กทุกชนิดผู้จำหน่ายและผู้บริโภคและผู้ออกแบบรู้ว่าการใช้งานอย่างเหมาะสมของชนิดเหล็ก เพื่อให้เป็นไปตามกลไกตลาดแข่งขันแบบสมบูรณ์ การที่ตลาดแบบสมบูรณ์ต้องมีสินค้าหลากหลายชนิดให้ผู้บริโภคเลือกสรรใช่ใช่สินค้ามีน้อยรายหรือน้อยชนิดจะเป็นตลาดการแข่งขันแบบสมบูรณ์ไม่ได้ หากตัดแหล่งผลิตจาก IF ออกไป ความเสี่ยงด้านตลาดผูกขาด สินค้าขาดแคลนและการส่งมอบล่าช้า สินค้าไม่ครบ ราคาสูงขึ้นโดยใช่เหตุ แม้จะมีผู้ประกอบการบางราย บอกว่าสินค้าจะไม่ขาดตลาด แต่คำถามที่สำคัญคือ ใครเป็นผู้รับประกัน และ ใช้ข้อมูลใดเป็นหลักฐานอ้างอิง เพราะไม่มีผู้ใดสามารถ รับประกันสภาวะตลาดในอนาคตได้ โดยเฉพาะในช่วงที่มีความต้องการใช้เพิ่มมากขึ้น
กลุ่มผู้ประกอบการค้าเหล็กเห็นว่า ผู้บริโภคควรมีสิทธิ์เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐานเดียวกัน โดยพิจารณาจากคุณภาพ ราคา ความพร้อมของสินค้า และความเหมาะสมกับการใช้งาน ไม่ใช่ถูกจำกัดทางเลือกจากประเภทของเตาหลอมเพียงอย่างเดียว หากผลิตภัณฑ์ทุกชนิดผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองตามมาตรฐาน มอก. ในระดับเดียวกัน
กลุ่มผู้ประกอบการค้าเหล็กจึงขอสนับสนุนให้การกำหนดมาตรฐานตั้งอยู่บนหลักวิชาการและผลการทดสอบของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป พร้อมทั้งคำนึงถึงผลกระทบต่อการแข่งขันทางการค้า เสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน สิทธิของผู้บริโภค และความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการทุกภาคส่วน เพื่อให้ตลาดเหล็กไทยยังคงมีการแข่งขันที่เป็นธรรม มีสินค้าที่เพียงพอต่อความต้องการ และผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด


