“อภิสิทธิ์” ยื่นมาตรการป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ ย้ำ ห่วง 2 ข้อ ทุนซ่อมสร้างรับมือน้ำท่วมปี 69 พ่วง ชง “ผู้ว่าฯ สงขลา” เจ้าภาพรับมืออุทกภัยควบคู่เข้าถึงเงินทุนฟื้นฟู “ภราดร” แจง รัฐตั้งงบ 450 ล.ซ่อมคลอง ร.1 พร้อมป้องกัน 5 จชต.อีก 800 ล.รับมืออุทกภัย
วันนี้ (15 ก.ค.) เมื่อเวลา 15.20น. ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อม นายชัยชนะ เดชเดโช สส. บัญชีรายชื่อ และ รองหัวหน้าพรรค ปชป. ยื่นข้อเสนอและแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมรวมถึงการเยียวยาประชาชนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขตพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต่อ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่หน้าห้องประชุม กมธ.งบประมาณ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570
โดย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดสัมมนา และเชิญหน่วยงานเอกชนภาคประชาชนร่วมสัมมนาหารือ ถึงแนวทางการป้องกันการช่วยเหลือและพัฒนาเยียวยา รวมถึงมาตรการรองรับอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยภาคประชาชนในพื้นที่ ยังกังวลไม่มั่นใจว่าจะเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำเหมือนปี 68 หรือไม่ สิ่งที่ที่พรรคมายื่นให้เป็นข้อเสนอข้อมูล และแนวทางป้องกันการแก้ไขสรุปมี 2 เรื่อง คือ 1. ด้วยเหตุอะไรก็แล้วแต่ที่อาจมีความเข้าใจผิดทั้งการสื่อสารและประสานงาน แต่พบว่างบประมาณที่จำเป็นจะต้องใช้ ทั้งการขุดลอกคูคลอง รวมถึงการซ่อมแซมจัดซื้ออุปกรณ์ที่เสียหายไปเมื่อปี 68 ในปัจจุบันในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ไม่เพียงพอ และไม่สามารถมีงบประมาณมาใช้จ่ายตรงนี้ โดยประมาณการคร่าวๆ ว่า 450 ล้านบาท ถ้าไม่มีงบนี้ก็ยังสุ่มเสี่ยง ทั้งเรื่องการป้องกันและการรับมืออุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า 2. ไม่ต้องใช้เงินแต่เป็นความกังวลของประชาชนในพื้นที่ เพราะประชาชนไม่รู้ว่าหากเกิดเหตุ จะมีแผนงานอพยพสถานที่พักพิง ที่เป็นระบบ เป็นอย่างไร ซึ่งเห็นพ้องว่าทางจ.สงขลาควรจะต้องเป็นเจ้าภาพ อย่างน้อยต้องสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงข้อกังวลของภาคธุรกิจ เรื่องสินเชื่อที่รัฐช่วยเหลือ กรณีเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยครบกำหนด 6 เดือน ที่รัฐช่วยเหลือไปแล้ว และกรณีปลอดเงินต้นที่ช่วยเหลือ 1 ปี ต่างกังวลว่าถ้าหมดมาตรการช่วยเหลือนี้จะทำให้กำลังซื้อในพื้นที่ลดฮวบลง และที่หาดใหญ่มีสำนักงานของธนาคารประเทศไทยอยู่แล้ว ก็ขอให้ดูแลในเรื่องนี้ต่อ รวมถึงการขอสินเชื่อของประชาชนที่ติดเครดิตบูโรอะไรๆ เพราะที่ประชาชนบ่นให้ฟังคือรัฐบาลอนุมัติแต่ธนาคารไม่อนุมัติให้กู้ จึงขอให้พิจารณาช่วยเหลือในกรณีตกหล่น เพื่อให้ทุกคนทุกฝ่ายจะได้สบายใจ
ด้าน นายภราดร กล่าวหลังรับเรื่องว่า เรียนอดีตนายกฯ หลังการประชุม คณะกรรมการร่วมรัฐและเอกชน (กรอ.) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตนได้คุยกับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ตัวแทนกรมชลประทาน ตัวแทนสำนักงบฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายกฯให้โจทก์ต้องให้ซ่อมสร้างปรับปรุงให้แล้วเสร็จก่อนน้ำมา ในส่วนของ อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีคลอง ร.1 ที่ของบประมาณมา 450 ล้านบาท ที่ของบมา นั่นเป็นหนึ่งในโครงการหลักที่ต้องทำ และยังมีโครงการเล็กๆรอบๆ พื้นที่อาจใช้งบ 20-40 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในแผนงานของกรมชลประทาน ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา, ยะลา, ปัตตานี, นราธิวาส และ สตูล ที่กำลังจะของบกลางเพิ่มเติม รวมแล้วราว 800 ล้านบาท อยู่ในงบของกรมชลฯ ซึ่งเงินก้อนใหญ่ถ้ายังทำไม่เสร็จ อย่างน้อยก็ต้องสามารถรองรับได้ป้องกันน้ำได้ก่อนในจุดรั่วซึม
ส่วนเรื่องการเตือนภัยประชาชนในพื้นที่ รัฐบาลกำลังจะออกคู่มือประชาชน ส่วนที่ท่านเสนอว่าจะให้ทางจังหวัดเป็นเจ้าภาพ ตนจะรับไว้และนำไปหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาต่อไป และต้องบอกเพิ่มถึงการเยียวยาในพื้นที่ ว่า รัฐมีโครงการจะออกซอฟต์โลน (Soft Loan) หรือสินเชื่อเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำที่รัฐบาลหรือธนาคารแห่งประเทศไทยที่รัฐบาลจะช่วยเหลือต่อไป


