วันนี้ (15 ก.ค.) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบมาตรการด้านไฟฟ้า 7 เรื่อง มุ่งลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน ปรับโครงสร้างต้นทุนให้เกิดความเป็นธรรม และผลักดันการแข่งขันในกิจการพลังงาน โดยเฉพาะการเปิดตลาดไฟฟ้าสะอาด โดยมาตรการสำคัญ คือ การแยกต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะ เช่น ค่าไฟถนน ออกจากอัตราค่าไฟที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป พร้อมหาแหล่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าจากกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหม่ อาทิ Data Center ผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง หรือ Direct PPA รวมถึงเงินจากการลดอัตรารับซื้อไฟฟ้าส่วนเพิ่ม หรือ Adder และโครงการโซลาร์ชุมชน เพื่อนำมาชดเชยต้นทุนดังกล่าว
“แนวทางนี้ถือเป็นการปรับโครงสร้างพลังงานเพื่อมุ่งสู่พลังงานสะอาดอย่างมั่นคง สร้างการแข่งขันเสรี และทำให้ราคาพลังงานเกิดความเป็นธรรมกับประชาชนมากขึ้น ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังเห็นชอบลดค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยแบบก้าวหน้า โดยการใช้ไฟ 1-200 หน่วยแรก ปรับลดเหลือ 3 บาทต่อหน่วย ส่วนหน่วยที่ 201-400 และตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป ยังคงอัตราเดิม พร้อมตัดต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากโครงสร้างราคา นอกจากนี้ ยังขยายคำนิยามบ้านอยู่อาศัย ให้ครอบคลุมบ้านเช่า หอพัก อพาร์ตเมนต์ และบ้านที่ไม่มีทะเบียนบ้าน เพื่อให้กลุ่มผู้เช่าที่พัก โดยเฉพาะนักศึกษาและผู้ใช้แรงงาน สามารถเข้าถึงอัตราค่าไฟประเภทบ้านอยู่อาศัย ลดภาระค่าครองชีพอย่างเป็นรูปธรรม”
นายเอกนัฏ ระบุต่อว่า กพช.ยังเดินหน้าเปิดตลาดไฟฟ้าสะอาด ด้วยการขยายมาตรการ Direct PPA ผ่านระบบ Third Party Access ให้ครอบคลุม Data Center และภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้พลังงานสะอาด พร้อมกำหนดอัตราค่าไฟเฉพาะสำหรับ Data Center ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และไม่ผลักภาระต้นทุนการลงทุนระบบไฟฟ้าไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป สำหรับ Data Center รายใหญ่ จะต้องวางหลักประกันการใช้สายส่งไฟฟ้า และจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำ เพื่อป้องกันการลงทุนโครงข่ายเกินความจำเป็น รวมถึงลดความเสี่ยงจากการแย่งใช้น้ำกับประชาชนและภาคเกษตร
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางแก้ปัญหาสัญญาซื้อไฟฟ้า Adder แพงช่วงวันจันทร์ โดยกำหนดวันสิ้นสุดสัญญา SPP และ VSPP ประเภท Non-Firm ให้ชัดเจน ปรับอัตรารับซื้อไฟฟ้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง และมอบหมายให้การไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งเร่งเจรจาแก้ไขสัญญา และยังเดินหน้าโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน เป้าหมายรับซื้อรวมไม่เกิน 1,500 เมกะวัตต์ กระจายโครงการในระดับตำบล ใช้ระบบคัดเลือกแบบแข่งขันด้านคุณภาพ เพื่อเปิดโอกาสให้หลายพื้นที่ได้รับประโยชน์ และนำไฟฟ้าพลังงานสะอาดราคาต่ำเข้าสู่ระบบ
“การปรับโครงสร้างครั้งนี้ ต้องทำให้ต้นทุนของใครเป็นของคนนั้น ไม่ใช่โยนภาระให้ประชาชนผู้ใช้ไฟทั่วไป เราต้องลดค่าไฟ เปิดการแข่งขัน และเดินหน้าพลังงานสะอาดอย่างเป็นธรรม” นายเอกนัฏ กล่าว


