รมว.พลังงาน เผย แผนผ่าโครงสร้างค่าไฟทั้งระบบ ข่าวดีลดค่าไฟ 200 หน่วยแรก เหลือ 3 บาท 23 ล้านครัวเรือน เริ่มได้รอบบิล ส.ค. นี้ พร้อมแยกประเภทผู้ใช้ไฟดาต้าเซ็นเตอร์กำหนดอัตราค่าไฟใหม่ให้สะท้อนการใช้ไฟที่มาก ส่วนค่าไฟทางสาธารณะให้เอาออกจากค่าไฟฐาน เพื่อลดภาระประชาชน
ทำเนียบ วันนี้ (15 ก.ค.) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ว่าที่ประชุม กพช.ในวันนี้มีมติสำคัญในการผ่าตัดโครงสร้างค่าไฟฟฟ้าครั้งใหญ่เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชนอย่างยั่งยืน และเตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศ
ในส่วนแรกที่ประชุม กพช.เห็นชอบให้ดำเนินมาตรการลดค่าไฟฟ้าสำหรับ บ้านที่อยู่อาศัยทุกครัวเรือน โดยกำหนดให้อัตราค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรก มีราคาไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย มาตรการนี้จะครอบคลุมประชาชนกว่า 23 ล้านครัวเรือน รวมถึงกลุ่มบ้านเช่าและผู้ใช้ทะเบียนบ้านชั่วคราวด้วย โดยคาดว่ามาตรการนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ได้ทันใน รอบบิลเดือนสิงหาคมนี้ หลังผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจาก กกพ.
“เราไม่ได้แค่ปรับลดค่า FT ตามรอบ 4 เดือน แต่เป็นการรื้อโครงสร้างค่าไฟฐานใหม่ โดยการแยกค่าไฟฟ้าสาธารณะได้นำออกมาจากค่าไฟฟ้าฐานของกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าเดิม เพื่อนำส่วนต่างมาเป็นส่วนลดให้ประชาชน” นายเอกนัฏ กล่าว
นายเอกนัฏ ยังกล่าวว่า ที่ประชุม กพช.ยังได้ประกาศนโยบายเปิดตลาดรับซื้อไฟฟ้าสะอาดเสรี (Direct PPA) รอบใหม่ โดยเป็นการรับซื้อแบบไม่มีขีดจำกัด จากเดิมที่เคยจำกัดเฉพาะกลุ่มดาต้าเซนเตอร์ (Data Center) และจำกัดปริมาณเพียง 2,000 เมกะวัตต์ แต่เกณฑ์ใหม่จะเปิดกว้างให้ทุกอุตสาหกรรมที่ต้องการไฟฟ้าสะอาดสามารถซื้อขายได้โดยตรง
“เราจะเปลี่ยนบทบาทให้การไฟฟ้าทำหน้าที่ดูแลระบบโครงข่าย (Grid) เพียงอย่างเดียว ส่วนการซื้อขายจะเป็นเรื่องของคู่สัญญาที่ตัดสินใจได้เองตามกลไกตลาด เพื่อให้เกิดการแข่งขันและไม่มีการผูกขาด ใครผลิตได้ถูกที่สุด ผู้ซื้อก็มีสิทธิ์เลือกซื้อจากรายนั้น” นายเอกนัฏ กล่าว
ส่วนการเข้ามาของกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีการเข้ามาลงทุนมากและต้องการใช้ไฟฟ้ามาก นายเอกนัฏ กล่าวว่า การจัดระเบียบใหม่ในเรื่องนี้จะมีการ แยกประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าในกลุ่มดาต้าเซนเตอร์ ออกมาเป็นการเฉพาะ เพื่อให้ราคาค่าไฟฟ้าสะท้อนถึงต้นทุนเชื้อเพลิงไฟฟ้า โดยเฉพาะการนำเข้าก๊าซ LNG จริง เรื่องนี้ต้องอยู่บนหลักการว่าไม่ให้ภาระต้นทุนเชื้อเพลิงราคาแพงถูกผลักไปหาประชาชนผู้ใช้ไฟบ้าน นอกจากนี้ การใช้พลังงานของดาต้าเซนเตอร์จะต้องถูกกำกับดูแลให้ผูกโยงกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างเหมาะสมด้วย
เมื่อถามว่า ค่าไฟฟ้าสำหรับกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์จะอยู่ที่ 5-6 บาทต่อหน่วยหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า หากดูจากราคาค่าเชื้อเพลิง LNG ตามกลไกราคาเชื้อเพลิงในขณะนี้ โดยอัตราค่าไฟของดาต้าเซ็นเตอร์จะถูกกำหนดให้สะท้อนถึงต้นทุนที่แท้จริงของการนำเข้าก๊าซ LNG หากราคา LNG ในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น อัตราค่าไฟของกลุ่มนี้ก็มีโอกาสที่จะสูงขึ้นเช่นกันโดยที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานไปศึกษาอัตราโครงสร้างค่าไฟของผู้ใช้ไฟกลุ่มนี้ ซึ่งจะสูงกว่าค่าไฟฟ้าของกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ และที่อยู่อาศัย เนื่องจากผู้ใช้ไฟในกลุ่มนี้ใช้ไฟฟ้าสูงมาก
นายเอกนัฏ กล่าวว่า ที่ประชุม กพช.ยังเห็นชอบตามมติของคณะกรรมการการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ซึ่งมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานให้ดำเนิเนการกับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าที่ภาครัฐอุดหนุน (Adder) จากเดิมที่มีราคาสูงถึง 6.50-8 บาทต่อหน่วย หรือบางแห่งได้ราคารับซื้อสูงถึง 10 บาทต่อหน่วย โดยสั่งการให้การไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง เร่งเจรจายกเลิกสัญญาที่ต่ออัตโนมัติให้กับเอกชน หรือสัญญาชั่วนิรันด์เพื่อกำหนดวันสิ้นสุดสัญญา และปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องกับราคารับซื้อปัจจุบัน หรือค่า FIT. ที่ประมาณ 2.16 บาทต่อหน่วย รวมทั้งในอนาคตจะมีการบริหารจัดการค่าพร้อมจ่าย (AP)จากโรงไฟฟ้าสำรองที่มีมากเกินความจำเป็น โดยจะนำไฟฟ้าส่วนเกินนี้ไปขายให้แก่กลุ่มที่ต้องการ เช่น ในราคาที่เหมาะสม เพื่อนำรายได้กลับมาเป็นส่วนลดค่าไฟให้ประชาชนต่อไป
ในส่วนของพลังงานทางเลือก นายเอกนัฏ กล่าวว่า กพช.ได้เริ่มบังคับใช้มาตรการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในบ้านพักอาศัยแล้ว โดยมีมติให้รับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินคืนในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย พร้อมสนับสนุนการตั้งศูนย์ One Stop Service เพื่อลดขั้นตอนยุ่งยาก และจัดหามาตรการช่วยเหลือด้านเงินกู้ ส่วนลดเงินดาวน์ และส่วนลดแผงโซลาร์ เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้น


