สสส. และ IHPP Foundation เปิดผลศึกษาภาระโรคปี 2565 พบคนไทยสูญเสีย “ปีสุขภาพดี” กว่า 20 ล้านปี ปัจจัยเสี่ยงอันดับ1 น้ำหนักเกิน-โรคอ้วน ผู้ชายมากกว่าผู้หญิงจากการสูบบุหรี่และดื่มเหล้า เร่งผลักดันนโยบายลดโรค NCDs ฟื้นระบบสุขภาพและลดภาระงบประเทศ
วันนี้( 14 ก.ค.69 ) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP Foundation) จัดประชุมวิชาการภาระโรคจากปัจจัยเสี่ยงของประเทศไทย ปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “มองอนาคตสุขภาพคนไทยผ่านข้อมูลภาระโรคและปัจจัยเสี่ยง”
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ผลการศึกษาภาระโรคและปัจจัยเสี่ยงของประชากรไทย พ.ศ.2565 พบว่า ประเทศไทยสูญเสียปีสุขภาพดีถึง 20 ล้านปี โดยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เป็นสาเหตุหลัก จึงจำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเร่งสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนและคืนปีสุขภาวะให้กับคนไทย
สสส.เตรียมผลักดันมาตรการสำคัญ อาทิ การจัดการปัญหาภาวะอ้วนและโรคเมตาบอลิก การควบคุมปัจจัยเชิงพาณิชย์กำหนดสุขภาพ (Commercial Determinants of Health: CDoH) การรับมือวิกฤตฝุ่น PM2.5 การสร้างต้นแบบนวัตกรรมสุขภาพในพื้นที่ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพแบบมุ่งเป้า
ด้านนางสาวกุลธิดา ราษฎร์ศิริ ผู้แทนคณะวิจัย IHPP Foundation กล่าวว่า ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับ 1 ของประเทศ คิดเป็น 12.2% ของการสูญเสียปีสุขภาพดีทั้งหมด รองลงมาคือ ความดันโลหิตสูง และระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมสุขภาพ เช่น การบริโภคอาหารไม่เหมาะสม การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และการไม่ออกกำลังกาย
ผลศึกษายังพบว่า ผู้ชายสูญเสียปีสุขภาพดีมากกว่าผู้หญิง เนื่องจากการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะที่ผู้หญิงสูญเสียปีสุขภาพดีจากการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสมและการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ นอกจากนี้ ฝุ่น PM2.5 ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เพิ่มภาระโรคของประเทศ
ศ.นพ.วิชัย เอกพลากร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ปัจจุบันคนไทย 55% มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ และมีเพียง 17% ที่รับประทานผักและผลไม้ตามเกณฑ์ ส่งผลให้คนไทยกว่า 45% มีภาวะน้ำหนักเกิน อ้วน หรือไขมันในเลือดสูง ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในอนาคต
ขณะที่ พญ.ลลิตยา กองคำ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน 80% ของผู้ใช้สิทธิบัตรทองที่เข้ารับบริการรักษาเป็นผู้ป่วยโรค NCDs และในปี 2568 สปสช.ใช้งบชดเชยค่ารักษากลุ่มโรคดังกล่าวสูงถึง 150,000 ล้านบาท จึงเตรียมเสริมความเข้มแข็งระบบบริการปฐมภูมิและพัฒนาฐานข้อมูลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันและลดภาระโรคในระยะยาว
เวทีวิชาการยังเสนอแนวทางลดโรค NCDs ผ่านมาตรการควบคุมยาสูบและแอลกอฮอล์ การยกระดับนโยบายอาหารเพื่อสุขภาพ การป้องกันผลกระทบจากการตลาดที่เข้าถึงเด็กและเยาวชน ตลอดจนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย โดย ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ สรุปว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งขับเคลื่อนมาตรการ “4 ลด” ได้แก่ ลดการใช้ยาสูบ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ ลดการบริโภคอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง เพื่อชะลอการเพิ่มขึ้นของโรค NCDs และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศในระยะยาว


