xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯ ร่วมฉลองงานวันชาติฝรั่งเศส เสริมสร้างความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยาวนานกว่า 170 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายกรัฐมนตรี ร่วมเฉลิมฉลองงานวันชาติสาธารณรัฐฝรั่งเศส เสริมสร้างความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยาวนานกว่า 170 ปี ระหว่างไทย-ฝรั่งเศส

วันนี้ (14 ก.ค.) เวลา 18.40 น. ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพฯ นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และภริยา เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสวันชาติสาธารณรัฐฝรั่งเศส ตามคำเชิญของ นายฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ (H.E. Mr. Jean-Claude Poimboeuf) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย

เมื่อเดินทางถึง นายกรัฐมนตรีและภริยา ได้รับการต้อนรับจากเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และภริยา ก่อนมอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดี และร่วมชมวิดีทัศน์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของฝรั่งเศส รวมทั้งความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส อันแน่นแฟ้นและยาวนาน


ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติในงาน ร่วมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัขร มหาวัชรราชธิดา

จากนั้น นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมพิธีการอย่างเป็นทางการ โดยมีการบรรเลงเพลงชาติไทยและเพลงชาติสาธารณรัฐฝรั่งเศส พร้อมรับฟังคำกล่าวเปิดงานของเอกอัครราชทูต และกล่าวแสดงความยินดีในนามรัฐบาลไทย โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสวันชาติสาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยเฉพาะในปีนี้ ซึ่งไทยและฝรั่งเศสมีความสัมพันธ์ทางการทูตอันแนบแน่นยาวนานกว่า 170 ปี พร้อมขอบคุณฝรั่งเศสที่ให้การต้อนรับการเสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ด้วยมิตรไมตรีอันดีอย่างอบอุ่น


นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส ที่เชื่อมโยงกันผ่านมิติทางวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมผ่านนิทรรศการในกรุงปารีส ลา โมด ออง มาเจสเต (La Mode en Majesté) ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่เฉลิมฉลองสัมพันธภาพอันยาวนานของงานหัตถศิลป์ไทย และความคิดสร้างสรรค์ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า วัฒนธรรมจะยังคงเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศจากรุ่นสู่รุ่น

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพบหารือกับประธานาธิบดี เอมานูว์แอล มาครง (President Emmanuel Macron) ว่า เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศ และช่วยผลักดันการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็ง ผ่านแผนปฏิบัติการร่วมไทย-ฝรั่งเศสปี พ.ศ. 2569-2571 (The Thailand-France Joint Action Plan 2026-2028) ที่เปรียบเสมือนการวางกรอบแนวทางความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทย-ฝรั่งเศส สู่ความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมเต็มรูปแบบ พร้อมย้ำว่า ไทยพร้อมเดินเคียงข้างฝรั่งเศสในฐานะเพื่อนและหุ้นส่วนที่สามารถไว้วางใจได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดร่วมกันของทั้งสองประเทศในอนาคต

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ที่ทุ่มเทในการเสริมสร้างมิตรภาพอันดีระหว่างสองประเทศ พร้อมทั้งอวยพรให้ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ในอนาคต และหวังว่า จะยังคงเป็นมิตรอันทรงคุณค่าของประเทศไทยตลอดไป