xs
xsm
sm
md
lg

“ภิญญาพัชญ์” ส่งต่ออุปกรณ์กีฬาให้เยาวชนน่าน แนะ ศธ.จัดงบทั่วไทยปั้นเด็กสู่ระดับอาชีพ เทียบเท่าสายวิชาการ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สว.ภิญญาพัชญ์” เตรียมส่งต่ออุปกรณ์กีฬาให้เยาวชนน่าน หนุนสร้างโอกาสเท่าเทียม แนะ ศธ. จัดงบ-อุปกรณ์กีฬาปูพรมทั่วประเทศ หวังปั้นเยาวชนสู่ระดับอาชีพ เทียบเท่าสายวิชาการ

วันนี้ (14 ก.ค.) ที่รัฐสภา นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) รับมอบอุปกรณ์กีฬา ได้แก่ ลูกฟุตบอล ลูกบาสเกตบอล ลูกวอลเลย์บอล อุปกรณ์ปิงปอง อุปกรณ์ตะกร้อ อุปกรณ์แบดมินตัน และอุปกรณ์กีฬาอื่นๆ รวมมูลค่า 42,320 บาท จากผู้สนับสนุนหลายภาคส่วน เพื่อส่งมอบต่อตามโครงการส่งมอบอุปกรณ์กีฬาและสิ่งของจำเป็นให้แก่สมาคมกีฬาจังหวัดน่าน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและส่งต่อโอกาสทางการกีฬาให้แก่เด็กและเยาวชน

โดย นางสาวภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะจังหวัดน่าน ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนอุปกรณ์กีฬาที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการเรียนการสอน การฝึกซ้อม และการพัฒนาศักยภาพ ภาคีเครือข่ายต่างๆ จึงได้จัดโครงการดังกล่าวเพื่อนำอุปกรณ์กีฬาที่ได้มาตรฐานไปมอบให้แก่เด็กๆ โดยมีสมาคมกีฬาจังหวัดน่านเป็นศูนย์กลางในการกระจายไปยังโรงเรียนในพื้นที่ต่างๆ ในวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคมนี้ เพื่อเป็นรากฐานในการสร้างวินัย ความสามัคคี ความรับผิดชอบ และแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตแก่เด็ก ๆ เยาวชนที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญและอนาคตของชาติ

นางสาวภิญญาพัชญ์ ยังขอเสนอให้รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการในฐานะหน่วยงานหลักที่มีบทบาทโดยตรงต่อการพัฒนาเยาวชน เร่งปฏิรูปแนวทางการส่งเสริมศักยภาพของเด็กไทยอย่างรอบด้านและเท่าเทียม เนื่องจากเด็กไทยจำนวนมากมีความฝันในเส้นทางสายกีฬาที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับอาชีพและสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ การส่งเสริมให้เด็กเล่นกีฬาจะช่วยให้เด็กมีทางเลือกในการค้นหาตัวเองมากขึ้น และยังทำให้เด็กและเยาวชนห่างไกลจากยาเสพติดอีกด้วย ดังนั้น จึงขอเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งรัดและเพิ่มมาตรการในการส่งเสริมความสามารถและทักษะด้านกีฬาของเยาวชนอย่างจริงจัง ตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยจัดสรรงบประมาณและอุปกรณ์กีฬาให้ครอบคลุมทุกโรงเรียนทั่วประเทศ พร้อมทั้งสร้างระบบการค้นหาและบ่มเพาะอัจฉริยภาพทางการกีฬา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและนำทางให้เด็กที่มีความสามารถก้าวไปถึงฝันได้ไม่ต่างจากสายวิชาการ