xs
xsm
sm
md
lg

“ปกรณ์” ถกคืบหน้าโกงสอบพบข้อมูลน่าตกใจ ลั่นตั้งใจโกงแต่ต้นไม่ควรเข้ารับราชการ ผบ.ตร.วางกรอบ 3 ระยะ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รองนายกฯ เผย ถก​ คกก.​สอบแข่งขันทุจริต​บรรจุท้องถิ่น​ เพื่อรับทราบความคืบหน้า พบข้อมูลน่าตกใจ ลั่นผู้ที่ตั้งใจโกงตั้งแต่ต้น ไม่ควรเข้ารับราชการ ขณะที่ “บิ๊กต่าย” เผยวางกรอบตรวจสอบ 3 ระยะ “ก่อน-สอบ-หลัง” เร่งสรุปผลภายใน 30 วัน

วันนี้ (14ก.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ครั้งที่ 2/2569 ใช้เวลาประชุมราว 1 ชั่วโมง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม

โดย นายปกรณ์ ระบุว่​า นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวขึ้นเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสอบบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 และการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 2 เพื่อรับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะทำงาน

โดยคณะทำงานที่มีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธาน ได้รายงานผลการรวบรวมข้อเท็จจริง ความคืบหน้าในการดำเนินการ และแนวทางการทำงานที่ผ่านมา รวมถึงแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป โดยที่ประชุมได้รับทราบข้อมูลและแนวทางเบื้องต้น

นายปกรณ์ ระบุอีกว่า การดำเนินงานของคณะกรรมการชุดนี้ จะมุ่งตรวจสอบว่ากระบวนการใดมีข้อบกพร่อง และหน่วยงานใดรับผิดชอบในแต่ละขั้นตอน โดยจะไม่ชี้ตัวบุคคลว่าผู้ใดกระทำผิด เพราะการดำเนินคดีอาญาและการลงโทษเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงาน ป.ป.ช. จากข้อมูลที่ได้รับถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลและกระทบต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างมาก อีกทั้งพบข้อมูลหลายประเด็นที่น่าตกใจ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยบางส่วนไปก่อนหน้านี้

นายปกรณ์ ยังระบุอีกว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ไม่ควรเข้ามารับราชการ ไม่ว่าจะระดับใดก็ตาม หากตั้งใจโกงตั้งแต่แรก ประเทศคงไปต่อไม่ได้ ซึ่งคณะกรรมการฯ ทุกคนเห็นตรงกันด้วยความหดหู่ว่ามันแย่จริง ๆ

ด้าน พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้มีการแต่งตั้งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากนั้นคณะกรรมการตรวจสอบ ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการตรวจสอบ โดยมอบหมายให้ตนเองเป็นหัวหน้าคณะทำงาน

โดยตั้งแต่วันที่ 9 เป็นต้นมา มีกรอบแนวคิดว่า สิ่งที่ปรากฏว่ามีการทุจริตการสอบส่วนท้องถิ่น ซึ่งก็เห็นข้อมูลทั่วไปจากการออกสื่อรายการทีวี และการวิพากษ์วิจารณ์ ย้ำว่าเป็นการพูดกันในเรื่องข้อมูล แต่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีหน้าที่ทำให้เกิดข้อเท็จจริง ว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นอย่างไร จึงมีการวางกรอบไว้ 3 ขั้นตอน คือ เตรียมการสอบว่าเกิดอะไรขึ้น มีข้อเท็จจริงใดบ้าง เช่น มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องทีโออาร์ว่าถูกต้องหรือไม่ ออกแบบข้อสอบ เก็บข้อสอบรักษาความปลอดภัยถูกต้องหรือไม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ที่จะต้องทำให้ประเด็นเหล่านี้มีข้อเท็จจริง

ขั้นตอนระหว่างการสอบ มีการแบ่งกลุ่ม การทำข้อสอบการนั่งคุมข้อสอบ มีข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในขั้นขั้นตอนและกระบวนการนี้อย่างไรบ้าง

และขั้นตอนสุดท้าย คือ หลังจากที่มีการสอบแล้ว ทั้งการประมวลผลการสอบ การตรวจข้อสอบ การวิพากษ์วิจารณ์และการแก้ไขคำตอบด้วยคะแนนสอบ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ตนเองจะต้องนำข้อมูลต่าง ๆ มาประกอบ

พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ กล่าวอีกว่า ทั้ง 3 ขั้นตอนนี้ นอกจากข้อเท็จจริงมีกลุ่มใดบ้าง ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการต่าง ๆ และมีกฎหมายระเบียบคำสั่งที่เกี่ยวข้องในแต่ละขั้นตอนอย่างไรบ้าง ซึ่งที่ผ่านมาช่วงวันที่ 10 - 13 กรกฎาคม เป็นช่วงที่ทำงานมาอย่างหนัก เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง โดยมีหนังสือไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันการศึกษา สถาบันการเงินต่าง ๆ มีการขอเอกสารมาซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการวิเคราะห์ แยกแยะข้อมูล ส่วนรายละเอียดโดยลึกนั้นจำเป็นต้องให้คณะกรรมการฯ รวบรวมข้อมูลทั้งหมดก่อนว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มใดบ้างหรือผู้ใดบ้าง ซึ่งจะนำมาวิเคราะห์ต่อไป ก่อนจะออกมาเป็นผลสรุป เพื่อรายงานคณะกรรมการฯ ในชุดนี้ และนายกรัฐมนตรีว่ามีบทสรุปและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร พร้อมข้อเสนอเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย การยึดหลักจริยธรรม ตลอดจนแนวทางแก้ไขระบบการจัดสอบทั้งในเชิงนโยบายและเชิงระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันอีก

พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ยังย้ำอีกว่า ถึงเวลาที่จะต้องมีการจัดระเบียบบ้านเมืองให้ดี เพื่อที่จะนำข้อเท็จจริงมาแจ้งให้กับสื่อมวลชนอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งคณะทำงานจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลา