xs
xsm
sm
md
lg

ผบ.ตร.ไม่ชัดล็อกประตูโรงเบียร์ สั่งสอบละเอียดไม่วางกรอบเวลา ชี้ถ้าเจ้าของร้านดับหุ้นส่วนรับผิดชอบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"บิ๊กต่าย" ยังไม่ชัดล็อกประตูโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว สันนิฐานป้องกันคนออกร้านไม่จ่ายเงิน สั่งสอบละเอียดไม่วางกรอบเวลา ขอถูกต้อง รอบคอบ ชัดเจน ชี้หากเจ้าของร้านเสียชีวิต หุ้นส่วนต้องร่วมรับผิดชอบ สั่งทำเช็กลิสต์ร้านอาหารนำร่องนครบาล

วันที่ (14 กรกฎาคม) เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีเพลิงไหม้ร้าน “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจากตำรวจพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แต่ทราบว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และรักษาการแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ได้ประชุมกันอยู่ที่นครบาล ซึ่งตนได้มอบหมายประเด็นการสอบสวนไป ตนได้ให้ประเด็นสอบสวนในเรื่องการแบ่งกลุ่ม อยู่ระหว่างการดำเนินการอย่างเต็มที่ ยืนยันว่า สถานะของเจ้าของร้านขณะนี้ ยังคงเป็นเคสสีแดง รักษาตัวอยู่ห้องไอซียู ยังไม่สามารถให้ปากคำได้

เมื่อถามต่อว่า ขณะนี้เจ้าของร้านอยู่ในเคสสีแดงและมีการตั้งข้อสังเกตว่าหากเป็นเคสสีดำ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบแทน พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตนให้สอบสวนเกี่ยวกับหุ้นส่วนของร้าน และผู้ประกอบการด้วย ซึ่งหากเป็นเคสสีดำ กฎหมายมีการบัญญัติไว้ หากมีการประมาทและมีการแจ้งข้อกล่าวหา และจะมีการสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้อง ก็เป็นไปตามกฏหมายที่บัญญัติไว้ แต่ความรับผิดที่เกิดขึ้นทางแพ่ง หุ้นส่วนเป็นใคร อย่างไร เรื่องนี้มีการตั้งประเด็นสอบทางหุ้นส่วนและผู้จดทะเบียนร่วม พ่อครัว แม่ครัว ลูกจ้าง พนักงาน และผู้จัดการร้าน มีการให้แบ่งเป็นกลุ่ม เพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น โดยจะมีการนำไปรวมกับข้อมูลของ พฐ.

ทั้งนี้ ไม่ได้ตั้งกรอบเวลาในการสอบสวน และการแจ้งข้อกล่าวหา แต่ใช้คำว่า “เป็นเรื่องที่สร้างความเสียใจอย่างยิ่ง” ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุซานติก้าผับ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ควรเป็นอุทาหรณ์ แต่ต้องเป็นเรื่องที่ต้องความเข้มงวด กวดขัน โดยขอให้ถูกต้อง รอบคอบ ชัดเจน ซึ่งหากกำหนดกรอบกับผู้ใต้บังคับบัญชา ก็จะเร่งรีบตามคำสั่ง ดังนั้น ขอให้ดำเนินการตามหน้าที่ มีความรัดกุม รอบคอบ ถูกต้อง ชัดเจน ส่วนจะใช้เวลากี่วันนั้นเชื่อว่าทุกคนเข้าใจดี เพราะเป็นเรื่องที่มีความเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งเพลิงไหม้ได้ทำลายหลายสิ่ง ต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ทราบ

เมื่อถามว่าช่วงเช้าที่ผ่านมาปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ให้ข้อมูลว่าร้านมีการประกอบกิจการผิดประเภท ตำรวจจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตอนนี้กำลังตรวจสอบว่าได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องหรือไม่ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบต่อว่าการได้รับใบอนุญาต ประกอบกิจการ ผิดประเภทตามที่ได้รับอนุญาตหรือไมด้วย โดยทั้งหมดอยู่ระหว่างการสอบสวน

เรื่องส่วนเรื่องของการล็อกประตูมีความชัดเจนแล้วหรือยัง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ยังไม่ชัดเจน แต่จากการลงพื้นที่เมื่อวาน ประตูทั้งหมดในอาคารดังกล่าว มี4 แห่ง ประตูที่1และ2 อยู่ติดถนนลาดพร้าว ส่วนประตูที่3 อยู่ติดกับห้องน้ำชาย ซึ่งมี 2 กลอนพร้อมลูกบิด แต่ดูลักษณะมีโต๊ะวางขวาง และมีลูกอมกระจัดกระจาย ดังนั้น หากมองในแง่ของธุรกิจการทานอาหาร และหากเปิดประตูนี้ไว้ ใครทานแล้วก็จะออกทางห้องน้ำ โดยไม่จ่ายเงิน จึงมีการสันนิษฐานว่าอาจจะปิด และจากการตรวจสอบภาพถ่ายอาจจะปิด และสอบพยานเพิ่มเติม

ส่วนประตูที่ 4 อยู่ห้องครัว มีการสันนิษฐานว่า พนักงานลูกจ้างพ่อครัวแม่ครัวใช้ในการเข้า-ออก แต่ในขณะเกิดเหตุมีการออกทางประตูนี้หรือไม่ อยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ข้อสังเกตว่าประตูนี้เป็นบานเลื่อน มีหมุดน็อตอยู่2 จุด เป็นลักษณะเหมือนที่จับ แต่มันหายไป ซึ่งไม่ทราบว่ามีการชำรุดก่อนหน้าหรือมีการทำลายระหว่างเกิดเหตุเพลิงไหม้ อยู่ในระหว่างการสอบสวนเช่นเดียวกัน

เมื่อถามว่ากรณีประตูทางออกฉุกเฉินไม่มีป้ายบอกทางที่ชัดเจนถือว่ามีความผิดหรือไม่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า มี ป้ายเล็กๆ อยู่เหนือ ประตูทางออกที่ 4 แต่มีการถูกเพลิงไหม้ ซึ่งให้ทาง พฐ. ตรวจสอบว่า คือป้ายอะไร เป็นป้ายทางออกหรือไม่ และใช้งานได้หรือไม่ แต่ในขณะที่เกิดเหตุไฟดับ ซึ่งหากป้ายเชื่อมต่อกับไฟฟ้า แสดงว่าป้ายดังกล่าวก็ดับด้วย เพราะการเกิดควันสีดำไม่สามารถมองเห็นอะไรในร้านได้ มีแต่หาทางวิ่งออก

เมื่อถามว่าหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ตำรวจ ก็เป็นเจ้าพนักงานที่สามารถเข้าไปตรวจสอบร้านอาหารได้ อาจจะมีความบกพร่องหรือไม่ พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ถูกต้อง จะต้องร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบ ตนด้สั่งการวานนี้ ให้ตำรวจนครบาล ดำเนินการใน 10 ประเด็น โดยจะทำแพลตฟอร์มการตรวจสอบลักษณะเช็กลิสต์ร่วมกับพื้นที่หรือเขต ซึ่งต้องพบข้อมูลแผนการอพยพหนีไฟ การออกช่องทางฉุกเฉิน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดอย่างเป็นรูปแบบ โดยจะมีการคัดกรอง หลังจากนั้นจะไปพูดคุยกับเขต และเริ่มนำร่องตรวจสอบในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งผิดก็ว่าไปตามผิด และหากไม่แก้ไข แต่ตนเข้าใจว่าการทำธุรกิจต้องได้กำไร แต่ต้องคำนึงถึงผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผู้ที่มาใช้บริการด้วย และหลังจากนี้จะมีการขยายไปยังภูมิภาค 1-9