xs
xsm
sm
md
lg

ดักคอหรือโกงจริง ทึ้งงบ 2 แสนล้าน!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อนุทิน ชาญวีรกูล - ศิริกัญญา ตันสกุล
เมืองไทย 360 องศา

อาจจะเรียกว่า “ดักคอ” เพื่อป้องกัน “โกงงบประมาณ โดยเฉพาะหากโฟกัสให้แคบลงก็ต้องพุ่งเป้าไปที่งบประมาณจำนวน 2 แสนล้านบาท ที่อ้างว่านำมาเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานสันดาบมาเป็นพลังงานสะอาด เช่น โซล่าร์เซลล์ หรือโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด เพื่อแก้วิกฤตในอนาคต


โดยที่ต้องจับตากันก็คือ การเปิดทางให้มีการเสนอโครงการกันเข้ามาทั้งหน่วยงานราชการและภาคเอกชน แม้ไม่อยากพูดกันล่วงหน้าแบบ “ปรามาส” กันให้เสียกำลังใจ แต่รับรองว่าต้องมีรายการ “โกง” กันค่อนข้างแน่ ซึ่งหากบอกว่านี่คือ “ธรรมชาติ” ของระบอบราการไทย กับนักการเมืองไทย หรือเปล่า

แม้ว่าการออกมาเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้าน ที่บอกว่าเป็นการ “ดักคอ” หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ตราบใดที่เกี่ยวกับงบประมาณ และนักการเมือง แล้วยังมีเชื่อมโยงกับระบบราชการแล้ว รับรองว่าต้อง “เกิดขึ้นแน่” เพียงแต่ว่าจะ “น่าเกลียด” แบบมโหฬาร และการจับได้ไล่ทันมากน้อยหรือไม่เท่านั้นเอง

ก่อนหน้านี้ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า มีกระแสของรายจ่ายประจำในงบประมาณปี 70 ที่พุ่งสูง ซึ่งวันนี้มีประชาชนส่วนมากให้ความสนใจว่าจะทำอย่างไรให้งบประมาณส่วนนี้ลดลงทั้งเงินเดือนบุคลากรและสวัสดิการต่างๆ จึงคาดหวังว่า วันนี้จะได้รับความเห็นดีๆ เพื่อนำไปเสนอรัฐบาล เพราะมีอดีตข้าราชการและรัฐวิสาหกิจเข้าร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก พร้อมย้ำว่า ถ้าไม่ได้ออกมาพูด หรือออกมาตั้งข้อสังเกตการใช้งบประมาณดังกล่าวก็จะผ่านและเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรอง และกู้มาใช้ในส่วนนี้ การชิงด่วนยกเลิกโดยที่ไม่มีคำอธิบายใดๆ ทำให้ข้อสันนิษฐานส่วนตัวที่ว่า มีการยัดไส้ล็อกสเปก ก็น่าจะมีความเป็นจริง

นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่า อาจมีเอกชนที่แต่งตัวมาเพื่อรับงานเหล่านี้หวังในส่วนแบ่งเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ซึ่งไม่มีการการันตีว่าภายใน 1 ปี เราจะเปลี่ยนผ่านไปเป็นประเทศที่ใช้พลังงานสะอาดในสัดส่วนที่สูงขึ้น เพราะไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วตั้งแต่ต้น และตอนนี้กลายเป็นโครงการเบี้ยหัวแตกที่ขึ้นชื่อว่าประหยัดพลังงานไฟฟ้าตามปกติ ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

“เราผิดพลาดไปแล้ว ในการที่กู้ 2 แสนล้านบาทนี้มาโดยที่ไม่มีเป้าหมายว่าจะเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างไร อย่าให้มันต้องหมดเปลืองไปกับการทุจริต คอร์รัปชันอีกเลย ยังมีโครงการโซลาร์รูฟท็อป กับหน่วยราชการทั่วประเทศ ถ้ามีบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่งตัวมารับงานนี้โดยเฉพาะก็น่าจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้เต็มๆ หลายหมื่นล้าน ยังไม่ต้องพูดถึงโครงการอื่นๆ อีกที่มีช่องทางทำกิน เพราะโครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการซื้อของ ไม่ได้เป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

ขณะที่ฝ่ายค้านอีกคนอย่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการใช้เงินกู้ 2 แสนล้านบาทในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อนำไปสู่การจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับโซลาร์เซลล์ ที่ทำให้รัฐต้องจัดซื้อในราคาที่แพงเกินจริง ซึ่งการแพลตฟอร์ม ''ส่องรัฐ'' ของพรรคฯที่เพิ่งจัดทำขึ้น จะชี้ให้เห็นได้ว่า โครงการต่าง ๆ มีบริษัทที่เกี่ยวข้องเดิมๆ อยู่ ทำให้การแข่งขันราคาจำกัดเกินไป ทำให้รัฐและประชาชนเสียประโยชน์ จนนำไปสู่การทุจริต คอร์รัปชัน

ส่วนที่กรณีก่อนหน้าหนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ออกหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ยกเลิกการจัดทำแผนงานโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ตามพระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาท มีความเกี่ยวพันกับบัญชีนวัตกรรมที่พรรคประชาธิปัตย์ ตรวจพบเจอหรือไม่นั้นในเบื้องต้นยังไม่ทราบว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นยกเลิกประกาศด้วยสาเหตุใด แต่ก็เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลอ้างความจำเป็นเร่งด่วน แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า รัฐจะนำเงินกู้ไปเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างไร เพียงแต่อ้างความจำเป็นเร่งด่วน

แม้จะเรียกว่านี่คือการ “ดักคอ” หรือเห็น “สัญญาณการโกง” กันล่วงหน้าแล้วหรือไม่ก็ตาม แต่จากบทเรียนในอดีตที่ผ่านมา แทบทุกเรื่องหากเปิดโอกาสให้หน่วยราชการเข้ามามีเอี่ยว รับรองว่าต้องมีการ “ล็อกสเปก” เอื้อประโยชน์ให้กับบางบริษัทที่เกี่ยวข้องกับพวกนักการเมือง คนในรัฐบาล เหมือนกับคราวนี้เริ่มเห็นการเคลื่อนไหวกันแล้ว และไม่ทันขาดคำก็มีการสั่งยกเลิกประกาศการนำเสนอแผนงานโครงการเปลี่ยนผ่านเอาไว้แบบเพียง “ชั่วข้ามคืน” ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการพบความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ แบบที่เรียกว่า “ล็อกสเปก” มีการกำหนดให้มีการจัดซื้อจัดจ้างแบบ “เฉพาะเจาะจง” ซึ่งแบบนี้ “ในวงการ” เขารับรู้กันดีอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งมองว่าการมอบหมายให้หน่วยงานราชการ โดยเฉพาะกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น หรือแม้แต่หน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยเข้ามา หน่วยงานระดับจังหวัดเข้ามามีเอี่ยว รับรองว่าให้มองแบบ “บันเทิง” ไว้ล่วงหน้าได้เลย เพราะงานนี้จะต้องมีการ “ร้องเรียน” และฟ้องร้องกันมันแน่นอน

อย่างไรก็ดี งานนี้หากรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าเรื่องนี้แบบไม่รัดกุม มันก็มีความเสี่ยงที่จะเป็น “จุดตาย” ของรัฐบาล เพราะนอกจากเกี่ยวข้องกับเรื่อง “เงินกู้” ที่สร้างหนี้ให้ชาวบ้านทุกคนแล้ว แต่เมื่อใดก็ตามที่เป็นเรื่องที่เกิดการ “ทุจริต” ก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ และก่อให้เกิดหายนะกับรัฐบาล มาทุกยุคทุกสมัย แม้ว่าจะมีการเสียงสนับสนุนมากมายแค่ไหนก็ตาม แต่หากทำลายความศรัทธาลงไปเมื่อไหร่มันก็คือจุดจบนั่นเอง

ดังนั้น แม้ว่างานนี้แหมือนกับว่า “ปรามาส” หรือว่าเป็นการ “ดักคอ” หรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะเรื่องยังไม่เกิดให้เห็นชัดเจน แต่จากความเคลื่อนไหวย่อมมองเห็นสัญญาณบ่งบอก อีกทั้งได้เห็นหน่วยราชการบางหน่วยเข้ามาเกี่ยวข้อง มันก็เหมือนกับมีเสียงในหัว บ่งบอกว่า การ “ล็อกสเปก” เอื้อประโยชน์บริษัทพรรคพวก นักการเมือง เข้ามา ซึ่งรับรองว่าไม่น่าจะผิดเพี้ยนไปจากนี้มากนัก

ที่สำคัญโครงการ “เปลี่ยนผ่าน” จากการใช้งบประมาณเงินกู้จำนวน 2 แสนล้านบาท ไปเป็นการใช้พลังงานสะอาด จะเปลี่ยนผ่านไปอย่างไร ระวังอย่าให้เป็นการ “เปลี่ยนผ่านรัฐบาล”ก็แล้วกัน!!