xs
xsm
sm
md
lg

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลพลิกคุณภาพชีวิตชาวอยุธยา สร้างต้นแบบระบบน้ำบาดาลเพื่อชุมชนเมือง ลดค่าครองชีพ รับมือภัยแล้งอย่างยั่งยืน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พระนครศรีอยุธยา – ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้นและความท้าทายด้านความมั่นคงของทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าพัฒนาระบบน้ำบาดาลเพื่อชุมชนเมืองอย่างเป็นรูปธรรมผ่านโครงการศึกษา สำรวจ และพัฒนาน้ำบาดาลในชุมชนเมือง ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้วยงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล จนสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เข้าถึงน้ำสะอาดมาตรฐานสูงได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนหลายร้อยบาทต่อสัปดาห์ และสร้างต้นแบบการบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือภัยแล้งและสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต

นายพรเทพ ไพเมือง ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการ สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 2 (สุพรรณบุรี) กล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากการที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเล็งเห็นถึงการขยายตัวของชุมชนเมือง ซึ่งส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หลายพื้นที่ยังประสบปัญหาการเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาด โดยจากการศึกษาทางธรณีวิทยาพบว่า พื้นที่ตำบลคลองสวนพลูมีศักยภาพน้ำบาดาลสูง สามารถพัฒนาเป็นแหล่งน้ำต้นทุนที่มีความมั่นคง รองรับการอุปโภคบริโภคของประชาชนได้อย่างเพียงพอ และยังช่วยเสริมศักยภาพในการรับมือภัยแล้ง ภัยพิบัติ และเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ได้ในระยะยาว

รูปแบบโครงการ ประกอบด้วย บ่อน้ำบาดาล จำนวน 6 บ่อ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 7.5 แรงม้า จำนวน 6 ชุด พร้อมระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์กำลังผลิตรวมไม่น้อยกว่า 8,320 วัตต์ หอถังเก็บน้ำความจุ 1,100 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 2 ชุด และหอถังสูงขนาด 320 ลูกบาศก์เมตร ติดตั้งระบบกรองสนิมเหล็กที่สามารถกรองน้ำได้ไม่น้อยกว่า 27 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง รวมทั้งมีจุดบริการน้ำดื่มสะอาดสำหรับประชาชน และจุดจ่ายน้ำฉุกเฉิน (งวงช้าง) สำหรับสนับสนุนเหตุเพลิงไหม้หรือช่วยเหลือผู้ประสบภัยเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤติ

นายศักราช อัมวงษ์ นายกเทศมนตรีเมืองเกาะเรียน เปิดเผยว่า เทศบาลเมืองเกาะเรียนรับผิดชอบพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ บ้านรุน เกาะเรียน และคลองสวนพลู ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะตำบลคลองสวนพลูที่มีประชากรกว่า 3,800 คน รวมกว่า 1,300 ครัวเรือน อีกทั้งยังมีประชากรแฝงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัญหาการเข้าถึงน้ำสะอาดเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของพื้นที่ แม้จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะมีแม่น้ำหลายสาย แต่การขยายระบบประปาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ยังทำได้ยาก

"สำหรับประชาชนที่มีรายได้วันละ 300 บาท การต้องซื้อน้ำดื่มทุกวันถือเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อย โครงการนี้จึงตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง เพราะประชาชนสามารถนำน้ำไปดื่ม หุงต้ม และใช้ในชีวิตประจำวันได้ฟรี คุณภาพน้ำดีมากจนกล้าพูดได้ว่าเทียบเท่าน้ำดื่มบรรจุขวดหลายยี่ห้อ ถือเป็นการลดภาระค่าครองชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเห็นผล"

ด้าน นายถนอม เรืองนิมิตร ปลัดเทศบาลเมืองเกาะเรียน กล่าวว่า ประชาชนให้การตอบรับโครงการอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะจุดบริการน้ำดื่มมีประชาชนเดินทางมารับน้ำทุกวัน จนบางช่วงผลิตน้ำไม่ทันความต้องการ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพน้ำและประโยชน์ที่ได้รับ เทศบาลจึงเตรียมวางแนวทางบริหารจัดการปริมาณการรับน้ำของแต่ละครัวเรือนให้เหมาะสม

ขณะที่ นายมงคล สิทธิเขต ผู้อำนวยการกองช่าง เทศบาลเมืองเกาะเรียน กล่าวว่า หลังโครงการนี้เปิดใช้งานมาแล้วกว่า 3 เดือน ระบบสามารถจ่ายน้ำได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ แรงดันน้ำสม่ำเสมอ พร้อมดำเนินการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตรวจสอบระบบควบคุม การล้างถังกรอง และการเปลี่ยนไส้กรองน้ำดื่มทุกเดือน โดยมีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลให้คำปรึกษาและถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อให้เทศบาลสามารถบริหารจัดการระบบได้ด้วยตนเองในระยะยาว

เสียงสะท้อนจากประชาชนยิ่งตอกย้ำความสำเร็จของโครงการ หลายครัวเรือนระบุว่าน้ำมีความใส สะอาด ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรสผิดปกติ สามารถดื่มได้ทันทีโดยไม่ต้องต้ม และใช้หุงข้าวได้โดยไม่เกิดปัญหาเหมือนในอดีต บางครอบครัวประหยัดค่าใช้จ่ายจากการซื้อน้ำดื่มได้ถึง 300–400 บาทต่อสัปดาห์ ขณะที่บางครัวเรือนซึ่งเคยซื้อน้ำดื่มสัปดาห์ละกว่า 150 บาท ก็สามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้อย่างชัดเจน พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนร่วมกันดูแลรักษาระบบน้ำและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน

โครงการแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงการก่อสร้างระบบประปาบาดาล แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้าง "ความมั่นคงด้านน้ำ" ให้แก่ชุมชนเมือง ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำสะอาด ลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และเพิ่มศักยภาพในการรับมือภัยแล้งและภัยพิบัติในอนาคต สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันให้โครงการลักษณะนี้เป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลไปยังชุมชนเมืองอื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้คนไทยทุกคนมีโอกาสเข้าถึงน้ำสะอาดที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม