xs
xsm
sm
md
lg

"เสธ.หิ" เห็นใจทหารพรานถูกจับคดีพกปืน ชี้รอดตายจากชายแดนกลับต้องเป็นผู้ต้องหา วอนใช้ดุลพินิจอย่างรอบคอบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ดร.หิมาลัย” เห็นใจทหารพรานถูกจับข้อหาพกพาอาวุธปืนระหว่างเดินทางกลับจากปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าใจความจำเป็นของเจ้าหน้าที่ที่ต้องเผชิญความเสี่ยงตลอดเวลา พร้อมขอให้ผู้บังคับใช้กฎหมายใช้ดุลพินิจโดยคำนึงถึงบริบทการปฏิบัติงาน และหวังกระบวนการยุติธรรมให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่

วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ แสดงความคิดเห็นต่อกรณีทหารพรานถูกจับกุมในข้อหาพกพาอาวุธปืน ขณะเดินทางกลับจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุหัวข้อว่า "รอดตายจากชายแดน เพื่อมาเป็นผู้ต้องหา"

ดร.หิมาลัย ระบุว่า เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรก แต่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง โดยในอดีตมีทั้งทหารและตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกจับกุมระหว่างเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงลาพัก

ดร.หิมาลัย ระบุอีกว่า ตนมีความเข้าใจและเห็นใจผู้ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง เพราะผู้ที่ไม่เคยทำงานในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อาจไม่เข้าใจถึงความจำเป็นในการระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา แม้จะพ้นเวลาปฏิบัติหน้าที่แล้วก็ตาม เนื่องจากระหว่างเดินทางกลับบ้านก็ยังคงมีความเสี่ยงต่อการถูกลอบทำร้าย โดยอาวุธปืนพกประจำกายถือเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ใช้เพื่อสร้างความมั่นใจในการป้องกันชีวิตของตนเอง

ทั้งนี้ ดร.หิมาลัย ย้ำว่า ไม่ได้ตำหนิเจ้าหน้าที่ผู้จับกุม เพราะต่างก็ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย แต่เห็นว่าหากผู้บังคับใช้กฎหมายใช้ดุลพินิจพิจารณาถึงบริบทและความจำเป็นของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง ก็จะช่วยสร้างความเป็นธรรมได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ยังระบุว่า หากเป็นการพกพาอาวุธสงคราม เช่น ปืนเอ็ม 16 ปืนเอสเค ปืนอาร์ก้า หรือระเบิดสังหาร การดำเนินคดีย่อมเป็นเรื่องเหมาะสม แต่หากเป็นเพียงอาวุธปืนพกประจำกายที่ใช้เพื่อป้องกันตัวระหว่างเดินทางกลับจากพื้นที่ปฏิบัติการ การถูกดำเนินคดีถือเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจสำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่

ดร.หิมาลัย ยังกล่าวให้กำลังใจทหารพรานผู้ถูกดำเนินคดี พร้อมขอให้ยังคงปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป และหวังว่าผู้มีอำนาจในการพิจารณาคดีจะเข้าใจถึงความจำเป็นของการพกพาอาวุธเพื่อป้องกันตนเอง รวมทั้งให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้.