สะพัด! DSI ตรวจพบเส้นเงินคดี Forex จากบริษัทธุรกรรมการเงิน โยง ‘ภาวุธ‘ พบ ยอดรับ - โอนสะสมกว่า 833 ล้านบาท จากเดิม พบเพียง 28 ล้าน ก่อนขอศาลเตรียมออกหมายจับ
วันนี้ (13 ก.ค. 69) มีรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จากกรณีที่พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า ดีเอสไอไอเตรียมขอศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดี Forex จำนวน 30 หมาย ที่ประกอบไปด้วยบุคคล และนิติบุคคล ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รวมอยู่ด้วย โดยหลักฐานที่ดีเอสไอใช้ประกอบการขอหมายจับนั้น เป็นข้อมูลธุรกรรมทางการเงินและพฤติกรรมในการธุรกรรมการเงิน ผ่านการทำธุรกรรม 3 กลุ่ม คือ กลุ่มโบรกเกอร์ (Broker) กลุ่มผู้ชักชวน (IB) และกลุ่มช่องทางการ รับเงิน (Payment Gateway) ดังนี้
1. กลุ่มนิติบุคคลที่เป็นช่องทางชำระเงิน (Payment Gateway): ตามที่ดีเอสไอแถลงพบว่า บริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด ทำหน้าที่เป็นนิติบุคคลบังหน้า เพื่อเป็นทางผ่านของเงิน ข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งพบการเชื่อมโยงจากกลุ่มนิติบุคคลเหล่านี้ไปยังบัญชีของบุคคลในเครือข่ายอย่างมีนัยสำคัญ
2. กลุ่มนิติบุคคลที่ทำหน้าที่ส่งต่อกระแสเงินสด โดยตรวจพบการโอนเงินทอดถัดมาจากกลุ่มรับชำระเงินผ่าน บริษัท เอแอลพีเอฟเอ็กซ์ พลัส จำกัด (ALPFX) และบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ก่อนจะเข้าสู่บัญชีส่วนบุคคล
3. กลุ่มที่มีพฤติการณ์การแปรสภาพทรัพย์สิน ซึ่งพบข้อมูลการทำธุรกรรมโอนเงินจากบัญชีธนาคารเข้าสู่ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล อาทิ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ในช่วงปี 2564 ถึง 2567
ทั้งนี้ รายงานข่าว ระบุต่อว่า ส่วนธุรกรรมทางการเงินของบุคคลที่เชื่อมโยงกับกลุ่มเครือข่าย จากเส้นทางการเงิน ระหว่างบุคคลตามรายชื่อที่ถูกตรวจสอบ พบบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการรับและส่งต่อกระแสเงินสด คือนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ (ผู้ถูกตรวจสอบลำดับที่ 1) โดยตรวจพบรายการรับโอนเงินจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับระบบการโอนเงินของเครือข่าย โดยพบรายการรับโอนเงินจำนวน 14 รายการ ตกรายการละ 2,000,000 บาท รวมเป็นเงิน 28,000,000 บาท ภายในวันเดียว คือวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 และจากการตรวจสอบฐานข้อมูลเพิ่มเติมยังพบยอดรวมมูลค่าธุรกรรมการโอนเงิน และรับโอนเงินสะสมรวมทั้งสิ้น 833,217,192.60 บาท
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของพนักงานสอบสวน บุคคลที่ถูกกล่าวหา และบริษัทนิติบุคคล ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และมีสิทธิ์ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป


