xs
xsm
sm
md
lg

“ทักษิณ”ขยับ เข้าแก๊งไหนหัวหน้าตายหมด!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมืองไทย 360 องศา

เริ่มขยับเขยื้อนกันอีกแล้ว สำหรับนายทักษิณ ชินวัตร ผู้นำจิตวิญญาณตลอดกาลของพรรคเพื่อไทยและเครือข่าย หลังจากพ้นโทษจำคุกออกมา ล่าสุดมีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานความเคลื่อนไหวของเขา พร้อมด้วยคนในครอบครัว คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาว ที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งหมด ได้เข้าพบหารือกับ ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย นายปราโบโว ซูเบียนโต ที่บ้านพักในกรุงจาการ์ตา


เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม เพจเฟซบุ๊ก Pheuthai Lux ได้เผยแพร่ภาพพร้อมข้อความ ระบุว่านายปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เปิดบ้านพักส่วนตัว บนถนนเกอร์ตาเนการา กรุงจาการ์ตา ต้อนรับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย พร้อมด้วยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เพื่อพบปะหารืออย่างเป็นกันเอง เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา

รายงานระบุว่าการพบปะครั้งนี้ เป็นไปในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง สะท้อนถึงมิตรภาพอันยาวนานระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค พัฒนาการเชิงยุทธศาสตร์ระดับโลก รวมถึงประเด็นความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ

ขณะเดียวกัน สำนักเลขาธิการประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า นายทักษิณ เดินทางเยือนพร้อมครอบครัว และการพบปะครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสในการกระชับความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน พร้อมหารือถึงพลวัตของภูมิภาคและทิศทางการพัฒนาในระดับโลก

นอกจากนี้ นายเทดดี อินทรา วิจายา เลขาธิการคณะรัฐมนตรีอินโดนีเซีย ยังได้เผยแพร่ภาพและข้อความผ่านบัญชีอินสตาแกรม @sekretariat.kabinet ระบุว่า ประธานาธิบดีปราโบโว ได้พบกับนายทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ น.ส.แพทองธาร ที่อาคารดานันทารา (Danantara) กรุงจาการ์ตา โดยการหารือดำเนินไปในบรรยากาศที่เป็นมิตรและสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างบุคคลสำคัญของทั้งสองประเทศ

ในโอกาสดังกล่าว นายทักษิณ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษา ของ Danantara กองทุนเพื่อการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ของอินโดนีเซีย ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับประธานาธิบดีปราโบโว และคณะผู้บริหารของกองทุน ในประเด็นโอกาสการลงทุน กลยุทธ์การบริหารสินทรัพย์ และแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

แน่นอนว่าทุกความเคลื่อนไหวของ นายทักษิณ ชินวัตร ย่อมได้รับการจับตามอง ไม่ว่าจะเป็นแบบ “หวาดระแวง”สงสัย กับเสียงชื่นชม หรือ“อวย” กันแบบเกินจริง ซึ่งพวกหลังล้วนมาจากพวกที่ชื่นชอบเขา ทั้งพวกที่เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงพวกที่ได้ประโยชน์จากพรรคการเมืองพรรคนี้ ขณะที่อีกฝ่ายล้วนมีความเห็นเป็นตรงกันข้าม

ขณะที่ปฏิกิริยาจากฝ่ายการเมืองเมื่อเห็นความเคลื่อนไหวนั้นออกมา เช่น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ให้ความเห็นแบบตามน้ำ กลางๆ ทำนองว่า เป็นเรื่องดีหากการพบกันเป็นประโยชน์กับประชาชน

สำหรับ นายอนุทิน ให้ความเห็นเรื่องนี้ว่า เป็นข่าวอยู่ในโซเชียลมีเดียก็เห็นอยู่ ท่านมีอิสระที่จะไปไหนได้อยู่แล้ว ทำไมผู้สื่อข่าวสงสัยเรื่องอะไร เมื่อถามว่า มองการเดินทางไปทั้ง มาเลเซีย อินโดนีเซีย มีนัยอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ตนเคยคุยกับท่านมาในอดีต ท่านบอกเป็นเพื่อนสนิทกับผู้นำ ถ้าจำได้ สมัยท่านกลับมาเมืองไทยใหม่ๆ ก่อนที่ นายปราโบโว ซูบียันโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย จะรับตำแหน่ง ก็บินมาเยี่ยมท่านที่กรุงเทพฯ วันนี้ท่านก็จะไปพบปะใครที่ไหน ท่านเป็นผู้นำประเทศมาในอดีต ท่านก็สามารถไปพบใครก็ได้ ท่านไปในเรื่องส่วนตัวของท่าน ไม่ได้ไปในฐานะรัฐบาล

ถามว่า แต่ปรากฏ ภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ถือเป็นการรวมตัวอดีตนายกฯ ของตระกูลชินวัตร ทั้ง 3 คน มีนัยอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คนหนึ่งเป็นน้องสาวท่าน อีกคนเป็นลูกสาวท่าน เป็นเรื่องภายในครอบครัว ผู้สื่อข่าวไม่เห็นต้องไปสงสัยอะไรเลย พวกตนก็ไม่เห็นมีใครสงสัยสักคน ทำไมต้องสงสัยท่านจะไปไหน ก็มีอิสระที่จะไปในทุกที่เหมือนคนทั่วไป

ถามว่า มองการเดินสายช่วงนี้เป็นการวัดพลังการเมืองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็ถามอย่างนี้” เมื่อถามย้ำว่า ไม่ได้มองในมุมการเมือง ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้มองครับ ทั้งสามท่านก็ไปด้วยความเป็นมิตรกันของผู้นำทุกประเทศที่ท่านไป

แน่นอนว่าเมื่อพิจารณาจากคำพูดของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดังกล่าวเหมือนกับว่าพยามแสดงให้เห็นว่า เป็นการเคลื่อนไหวตามปกติ ไม่มีเรื่องการเมืองใดๆ ซึ่งก็น่าจะใช่ หากคนที่พูดคือ นายอนุทิน เพราะในบางมุมมันเป็นความเคลื่อนไหวที่เหมือนกับการ “ทาบทับ” บารมีในทางการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะหากมองจากฝ่ายที่ต้องการ “อวย” หรือไม่ก็เป็นพวก “ลูกน้องเก่า” พวก “เด็กในบ้าน” ที่ทำมาหากินและได้ประโยชน์จากครอบครัวชินวัตร มานาน ก็ย่อมต้องพยายามทำให้ความสำคัญขึ้นมาตลอด

อย่างไรก็ดี หากพิจารณากันแบบทั่วไป สำหรับการเคลื่อนไหว ของ นายทักษิณ ชินวัตร ในเวลานี้ โดยเฉพาะการเดินสายเปิดตัว “โชว์” ในต่างประเทศ ทั้งในอินโดนีเซีย และก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมงที่มีการ “ปล่อยข่าว” ออกมาจากพวก “ลูกน้อง” ทำนองว่าอยู่เบื้องหลัง “ปิดดีลกุ้ง” ระหว่างไทยกับมาเลเซีย เปิดทางให้ไทยกลับมาส่งออกกุ้งเข้ามาเลย์ได้แล้ว ทั้งที่มีการเจรจาทางเทคนิก ระหว่างเจ้าหน้าที่สองฝ่ายมานานนับเดือนจนได้ข้อสรุปก่อนที่ นายอนุทิน จะไปเยือนมาเลเซียเมื่อวันก่อน

หรือการที่ นายทักษิณ ยกครอบครัว ไปพบกับประธานาธิบดีอินโดนีเซีย แน่นอนว่านี่คือการเยือนแบบส่วนตัว ในฐานะคนรู้จัก อาจมีพิเศษที่ยังเป็นที่ปรึกษา “กองทุนเพื่อการลงทุน” ของรัฐบาลอินโดฯ แต่เจตนาของการไปเยือนคราวนี้ต้องการ “เป็นข่าว” และเป็นช่วงจังหวะที่ นายอนุทิน ไปมาเลย์ และไทยเริ่มขยับในเวทีโลกหลายรายการ ซึ่งคนอยย่าง นายทักษิณ ก็คงต้องการสร้างพาวเวอร์ขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งก็ต้องมองกันยาวๆ ว่าจะไปได้แค่ไหน เพราะสถานการณ์ และ “ช่วงเวลา” มันเปลี่ยนไปอย่สงสิ้นเชิงแล้ว อีกทั้งที่ผ่านมา “ครอบครัวชินวัตร” ถูกเขาทำลายไปแล้วตั้งแต่ ส่งลูกสาวคือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ถูกวิจารณ์เรื่องสติปัญญา และความสามารถมากที่สุด มากกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็แล้วกัน

ขณะเดียวกัน สิ่งที่ต้องจับตากันให้ดีก็คือ ในช่วงหลัง นายทักษิณ ชินวัตร มักถูกตั้งข้อสังเกตในเรื่องที่เข้าหา หรือคบใคร มักทำให้คนนั้น“เสื่อมทรุด” ตามไปด้วย และเมื่อเห็นภาพล่าสุดกับการพบกับประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ก็ยิ่งต้องระวัง เพราะตอนนี้ทั้งอินโดฯ และตัวประธานาธิบดี กำลังเริ่มตกที่นั่งลำบากจากภาวะเศรษฐกิจ ค่าเงินตกต่ำเป็นประวัติการณ์ นักลงทุนหอบเงินหนีจากความไม่เชื่อมั่น จาก “ดาวรุ่ง” กำลังถูกจับตาว่าเป็น “ดาวร่วง” ก็ยิ่งน่าสนใจ และที่ต้องระวังบางคนที่ “เข้าแก๊งไหนหัวหน้าตายหมด” เอาไว้ด้วย !!